ครอบครัวผู้ลี้ภัยแอฟริกาเข้าเรียนมหา’ลัยมากกว่าเด็กเกิดในออสเตรเลีย

มหาวิทยาลัยลาโทบ : ภาพจาก latrobe.edu.au

10 ส.ค. 2018 ในขณะที่เยาวชนจากครอบครัวผู้ลี้ภัยจากแอฟริกาถูกสังคมโจมตีว่าไม่สามารถปรับตัวเข้ากับชุมชนในออสเตรเลีย ทำให้พวกเขาแยกตัวไปเป็นผู้ต่อต้านสังคม แต่ก็มีเยาวชนแอฟริกันอีกกลุ่มหนึ่งมุ่งมั่นที่จะเอาดีทางการศึกษาเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของพวกเขา

ผลการวิจัยโดยสถาบัน Grattan Institute ถึงเยาวชนอายุ 18 ถึง 20 ปีจากพื้นภาษาที่พวกเขาใช้พูดภายในบ้าน เปรียบเทียบกับชาวออสเตรเลียที่พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก

พบว่าเยาวชนจากครอบครัวที่พูดภาษา ‘เอเชียตะวันออก’ ในบ้านอย่างเช่นภาษาจีนและ ‘เอเชียใต้’ อย่างเช่นภาษาอินเดียประมาณเกือบ 80% เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ตัวเลขนี้ไม่นับนักศึกษาจากต่างประเทศ

ในขณะที่ครอบครัวชาวออสเตรเลียพูดภาษาอังกฤษเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยเพียง 33% เท่านั้น

นอกจากนั้นผลการวิจัยที่แยกห่างจากกัน ยังพบว่าบุตรหลานของครอบครัวผู้อพยพที่เริ่มเข้าเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น จะมีความรู้ภาษาอังกฤษดีกว่าเด็กชาวออสเตรเลียที่พูดภาษาอังกฤษมาแต่กำเนิด

นอกจากนั้นบุตรหลานของครอบครัวที่พูดภาษาอาหรับและภาษาแอฟริกันในบ้าน ก็มีอัตราเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยสูงกว่าเด็กชาวออสเตรเลียคือที่อัตรา 47% หรือ 1 ใน 2 คน

เมื่อพิจารณาลงลึกไปถึงบุตรหลานของครอบครัวผู้ลี้ภัยจากประเทศซูดานและเซาท์ซูดานที่ถูกสังคมมองว่าเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเข้ากับชุมชนได้ ปรากฎว่าบุตรหลานของพวกเขาเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยในอัตราเกือบ 40% ทีเดียว

น.ส. Ayan Macuach ผู้ลี้ภัยชาวซูดานกล่าวว่า เธอต้องการพิสูจน์ว่าชาวซูดานไม่ได้เลวไปเสียทุกคน : ภาพจากสำนักข่าว ABC / credit Danielle Bonica

หนึ่งในหลายตัวอย่างของความอุตสาหะที่สำนักข่าว ABC นำเสนอก็คือน.ส. Ayan Macuach ผู้ลี้ภัยจากประเทศซูดานตามครอบครัวมาอาศัยอยู่ในนครเมลเบิร์นในปี 2004 เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความมุ่งมั่นเอาดีทางการศึกษา

ในขณะกำลังสำเร็จชั้นปีที่ 10 ครูของเธอได้แนะนำให้เบนเข็มมาศึกษาสายอาชีพเพื่อรับประกาศนียบัตรการเรียนรู้ประยุกต์ของรัฐวิกตอเรีย (VCAL หรือ Victorian Certificate of Applied Learning) ว่าเหมาะสมกับเธอ

แต่เธอตั้งใจจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยให้ได้ เพื่อเป็นบัณฑิตคนแรกของครอบครัว

#ครูที่ปรึกษาที่มีความเป็นห่วงถึงกับเชิญมารดาของเธอเพื่อปรึกษาถึงเรื่องอนาคตทางการศึกษาของเธอ หรือแม้แต่ครูพิเศษ (ครูพี่เลี้ยง) ของเธอก็ลงความเห็นว่า Ayan จะไม่สามารถผ่านหลักสูตรชั้นมัธยมปลาย (VCE หรือ Victorian Certificate of Education)

แต่เธอก็ยังรั้นที่จะเรียนต่อชั้นมัธยม 11 และ 12 โดยเอาคำสบประมาทเป็นพลังในการมุ่งมั่นและตั้งใจเรียน

ในที่สุดเธอสามารถเข้าศึกษาวิชาอาชญวิทยาที่มหาวิทยาลัยลาโทบ เพื่อเป็นการปูทางเข้าศึกษาต่อในวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัย RMIT ตามความฝันของเธอ

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: