ฮีโร่ออสซี่เผยความในใจ จากเหตุการณ์ช่วยชีวิตเด็กไทยติดถ้ำ

นสพ. The Sunday Herald Sun ฉบับ 15 ก.ค. 2018 เสนอข่าวการสัมภาษณ์น.สพ. Craig Challen นักดำน้ำคู่หูนพ. Richard Harris “เราเพียงไปเพื่อร่วมภารกิจ”

15 ก.ค. 2018 เมื่อแรกถึงประเทศไทยคิดว่าภารกิจคือกู้คืนมากกว่าการช่วยชีวิต – เชื่อว่าหากปล่อยไว้จนน้ำลดเด็กและโคชต้องเสียชีวิต – ให้เด็กตัดสินใจร่วมกันว่าใครออกจากถ้ำก่อนหลัง คือสิ่งที่นาย Craig Challen กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่บ้านในนครเพิร์ท

นาย Craig Challen (แท้จริงเขาเป็นสัตว์แพทย์) คู่หูดำน้ำของนพ. Richard Harris ถูกสื่อตามตื้อถึงบ้านในนครเพิร์ทเพื่อขอสัมภาษณ์เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงราย

สิ่งแรกที่เขาพูดออกมาก็คือ “ถ้าเป็นไปได้ผมน่าจะอยู่ในประเทศไทย เพื่อจะได้อยู่ห่างไกลจากพวกคุณ (ผู้สื่อข่าว)”

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผู้สื่อข่าวได้มาในวันนั้น มากพอจนนำมาขึ้นหน้าหนึ่งได้ ด้วยเนื้อหาบทสัมภาษณ์เต็มสามหน้ากระดาษ จึงโจ้นิวส์ขออนุญาตนำมาลงบางตอนดังนี้

น.สพ. Challen กล่าวว่าเขาและนพ. Harris เมื่อแรกไปถึงถ้ำหลวงด้วยความคิดที่ว่าไปทำภารกิจเพื่อการกู้คืน* แต่ที่แท้เป็นภารกิจช่วยชีวิต

(หมายเหตุ *เขาใช้คำว่า to do recoveries เมื่อดูเนื้อหาในบทสัมภาษณ์อาจหมายถึงการกู้ร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งทั้งสองเคยทำหน้าที่นี้มาก่อน)

มันเป็นภารกิจที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นกับความตาย เขาและนพ. Harris ก็ไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยเด็ก 12 คนและครูผู้ฝึกสอนออกมาได้อย่างมีชีวิตทุกคน

ในเวลาที่ทั้งสองเดินทางไปถึงถ้ำหลวงเป็นวันพฤหัสน์ที่ 5 กรกฎาคมหรือ 3 วันหลังจากที่นักดำน้ำชาวสหราชอาณาจักรพบสมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่าที่เนินนมสาว ตอนนั้นได้มีการทำแผนการช่วยเหลือที่เชื่อว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะนำเด็กออกมาจากถ้ำเรียบร้อยแล้ว

เขาและนพ. Harris ได้ช่วยแก้ไขแผนเพียงเล็กน้อยในเรื่องของอุปกรณ์และกำลังคน แต่มันเป็นแผนช่วยชีวิตของทีมดำน้ำสหราชอาณาจักร ที่พวกเขาสมควรได้รับการยกย่อง

ตอนนั้นมีการสูบน้ำออกจากถ้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับมีรายงานว่าจะมีฝนตกหนักในอีกไม่กี่วัน ทีมเคลื่อนย้ายเด็กออกจากถ้ำไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากชิงปฏิบัติการก่อนฝนจะตกหนัก

หากฝนตกหนัก น้ำจะท่วมเต็มถ้ำ การดำน้ำไปยังเนินนมสาวจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป มีการเสนอความเห็นให้รีบนำเสบียงและอุปกรณ์ยังชีพสำหรับสามหรือสี่เดือน จนหมดสิ้นฤดูมรสุมแล้วจึงนำเด็กออกมา

แต่การประเมินของนพ. Harris และตัวเขาเห็นว่าเมื่อถ้ำถูกน้ำท่วมปิดขัง การให้สิ่งสนับสนุนก็จะทำไม่ได้อีก และพวกเด็ก ๆ และโคชอาจจะไม่มีชีวิตรอดในใต้ดิน พวกเขาจะเริ่มมีอาการติดเชื้อและป่วยและเสียชีวิตลงทีละคน บทสรุปของทุกคนในตอนนั้นก็คือต้องปฏิบัติการช่วยชีวิตทันที ก่อนที่มรสุมจะมา

น.สพ. Challen วัย 53 ปีหนึ่งในนักว่ายน้ำระดับโลกกล่าวว่าการเข้าไปในถ้ำหลวงและกลับออกมาไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเพราะเคยเจอถ้ำที่มีความยากลำบากกว่านี้มาแล้ว   แต่ความยากมันอยู่ที่จะต้องนำเด็กออกมาด้วย ภายในเวลาที่ทุกคนปลอดภัย

ปฏิบัติการเริ่มขึ้นในตอนเช้าของวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม โดยเขาทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนนพ. Harris เข้าไปพบเด็กในถ้ำ นพ. Harris ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ให้ยาคลายเครียดแก่เด็ก เพื่อไม่ให้เด็กตื่นตระหนก เพราะอาการตกอกตกใจในระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลืออาจจะฆ่าตัวเด็กเองหรือฆ่าผู้ทำหน้าที่ช่วยชีวิตเขา

เขาอยู่ที่เนินนมสาวจนเด็กคนสุดท้ายของแต่ละวันถูกพาออกไป จากนั้นเขาและนพ. Harris จึงเป็นคนสุดท้ายที่ตามออกมาในทุก ๆ ครั้ง

ภาพน.สพ. Richard Harris และนาง Heather Endall ภรรยา เหตุที่เลือกภาพนี้มาลงเพราะได้อ่านคอมเมนท์ข้อสงสัยของบางคน ภาพนี้ยืนยันได้ว่าคุณหมอไม่ใช่อย่างงั้น ดังนั้นอย่างคิดมาก : ภาพจากสำนักข่าว ABC

เขากล่าวว่า ที่ผ่านมามีภารกิจดำน้ำในถ้ำเพื่อการช่วยชีวิตไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการกู้ศพติดถ้ำใต้น้ำขึ้นมา โดยมีการดำน้ำเพื่อช่วยชีวิตครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เกิดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโกในปี 2004 ซึ่งผู้ช่วยชีวิตก็คือนาย Rick Stanton หนึ่งในสองนักดำน้ำชาวสหราชอาณาจักรที่ไปพบทีมหมู่ป่านั่นเอง แต่ครั้งนั้นความยากลำบากไม่เท่ากับครั้งนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า “คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับนักดำน้ำไทยผู้ซึ่งไปอยู่กับเด็กในถ้ำ และคุณจะยอมใช้เวลาหนึ่งคืนอยู่ในนั้นไหม?”

น.สพ. Challen กล่าวว่า เขาเคยค้างคืนอยู่ในสถานที่ที่เลวร้ายกว่านี้มาแล้ว   แต่การที่หน่วยซีลของไทยใช้เวลาอยู่ในถ้ำหลวงโดยรู้ตัวว่าพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรได้ และไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยพวกเขาออกไปได้ พวกเขาไม่ธรรมดาจริง ๆ (ตอนที่หมอภาคย์และหน่วยซีลอีกสามคนอาสาเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเด็กในถ้ำยังไม่มีการตัดสินใจช่วยเด็กออกมา)

เมื่อถามว่า “คุณได้พูดกับเด็กที่โรงพยาบาลบ้างไหม? หากได้พูดแล้วคุณจะกลับไปพบกับพวกเขาหลังพ้นการควบคุมโรคติดต่อไหม?”

เขาตอบว่าได้มีโอกาสไปเยี่ยมเด็ก ๆ ในตอนบ่ายวันพุธ (วันที่ 11 หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจช่วยชีวิต 1 วัน) และได้มีการพูดคุยถึงการกลับมาพบกันอีกในอนาคต แต่เขาคิดว่าตอนนี้เด็ก ๆ จำเป็นที่จะต้องกลับไปอยู่กับครอบครัวและใช้ชีวิตอย่างปกติ ส่วนอย่างอื่นค่อยว่ากัน

ภาพน.สพ. Craig Challen (แถวหลังที่สองจากซ้ายมือ) และ นพ. Richard Harris (แถวหลังคนกลาง) และนาย Michael Costa (แถวหลังขวาสุด) ถ่ายภาพกับทีมงานแพทย์ที่โรงพยาบาลในเชียงราย ในวันเข้าเยี่ยมเด็กที่ 11 ก.ค. : ภาพจากสำนักข่าว ABC

เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกจากการที่ตัวเขา, นพ. Harris และผู้ร่วมปฏิบัติงานชาวออสเตรเลียถูกพิจาณาให้ได้รับรางวัลเกียรติยศ

น.สพ. Challen ตอบว่าเขารู้สึกอึดอัดกับเรื่องนี้ พวกเขาเพียงโชคดีที่มีความพร้อมและมีความชำนาญต่อการมีส่วนให้ผลการช่วยชีวิตออกมายอดเยี่ยมที่สุด “ยังมีคนอีกหลายร้อยคนที่ทำงานหนักเท่ากับพวกเรา แต่พวกเขาไม่ได้รับรางวัล แท้จริงแล้วการที่เด็กออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัยและแข็งแรงก็คือรางวัลที่เพียงพอแล้ว”

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสซี่ในเมืองไทย, ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: