เพราะผู้ตายสวมสมาร์ทวอทช์ช่วยตำรวจ พิชิตคดีลูกสะใภ้ฆ่าโหดแม่ผัว

นาง Myrna Nilsson ผู้เสียชีวิต : ภาพจากเฟสบุ๊ค

31 มี.ค. 2018 ข้อมูลจากนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่ผู้ตายสวมใส่ ในขณะถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมภายในบ้านของตนเอง ได้นำไปสู่การจับกุมลูกสะใภ้และตั้งข้อหาสังหารมารดาของสามี

ในคดีนี้นาง Myrna Nilsson วัย 57 ปีชาวออสเตรเลียเชื้อสายฟิลิปปินส์ถูกพบนอนเสียชีวิตภายในห้องซักผ้าที่บ้านของเธอในย่าน Valley View เขต City of Salisbury ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครแอดิเลด โดยเหตุเกิดในวันที่ 30 กันยายนปี 2016

เพื่อนบ้านได้โทรเรียกตำรวจมายังบ้านที่ถนน Bunbury Tce. ในเวลาประมาณ 22.10 น. หลังจากพบนาง Caroline Dela Rose Nilsson ลูกสะใภ้วัย 26 ปีอยู่ในสภาพถูกมัดมือและอยู่ในอาการตื่นตระหนก

ศาลแขวงในนครแอดิเลดได้รับฟังว่า ตำรวจสงสัยนาง Caroline Nilsson ว่าเป็นผู้สังหารมารดาสามีมาตั้งแต่วันแรกที่พบศพ แต่เพิ่งทำการจับกุมและตั้งข้อหาเจตนาฆ่าเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2018 ที่ผ่านมา

นาง Caroline Nilsson ให้ปากคำกับตำรวจในปี 2016 ว่า ในคืนเกิดเหตุนาง Myrna Nilsson ถูกติดตามโดยชายสองคนที่มากับรถกระบะ Holden สีขาวอย่างที่ช่าง (trade man) นิยมใช้กัน ผู้ตายได้มีปากเสียงกับชายทั้งสองที่นอกบ้านเป็นเวลาประมาณ 20 นาที

และจากข้อมูลของจำเลยที่ให้กับศาลในระหว่างการพิจารณาคดีเพื่อขอประกันตัวถึงเหตุที่เธอไม่ได้ถูกชายสองฆ่าเพราะขณะสังหารเธออยู่ภายในห้องครัวที่ปิดประตู หลังจากสังหารแล้วคนร้ายได้เข้ามาจับเธอมัดแล้วหลบหนีไป

แต่นาง Carmen Matteo อัยการอ้างว่าหลักฐานสำคัญในการมัดตัวจำเลยก็คือนาฬิกา Apple iWatch ที่นาง Myrna Nilsson ผู้ตายสวมใส่แสดงให้เห็นว่าข้อมูลที่จำเลยให้ไว้กับตำรวจขัดแย้งกับผลการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของผู้ตาย

จากข้อมูลติดตามการเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกอย่างละเอียดโดยนาฬิกาสมาร์ทวอทช์พบว่านาง Myrna Nilsson ถูกทำร้ายเพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่เธอกลับจากทำงานที่ย่าน Unley และกำลังเดินเข้าบ้านในเวลา18.30 น. นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ยังบอกถึงอัตราการการเคลื่อนไหวของผู้ตายและจังหวะการเต้นของหัวใจของผู้สวมใส่

จากผลการวิเคราะห์พบว่านาง Myrna Nilsson ถูกจู่โจมเข้าทำร้ายในเวลา 18.38 น. ข้อมูลการเต้นของหัวใจบ่งบอกถึงเวลาที่เธอเกิดอาการช็อก, หมดสติและเสียชีวิตภายในเวลา 18.45 น. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งต่อคำให้การของจำเลยที่บอกว่าผู้ตายมีปากเสียงกับชายสองคนที่บ้านนอกเป็นเวลา 20 นาที

นอกจากนั้นยังมีพยานเป็นเพื่อนบ้านซึ่งกลับจากที่ทำงานในเวลาเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอ้างว่าเขาไม่เห็นรถกระบะสีขาวจอดที่บริเวณหน้าบ้านแต่อย่างใด

นาง Caroline Nilsson ผู้ต้องหาฆ่ามารดาสามี : ภาพจากเฟสบุ๊ค

ผลการตรวจ DNA และการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ที่เก็บจากที่เกิดเหตุก็ไม่ได้สนับสนุนข้ออ้างของนาง Caroline Nilsson และไม่พบหลักฐานชายสองคนหรือบุคคลอื่น ๆ อยู่หรือบุกรุกเข้ามาในบ้าน นอกจากบุตรสามคนของเธอซึ่งอยู่ภายในบ้านแต่ไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จำเลยให้ปากคำกับตำรวจว่า เธอได้หลบหนีออกจากบ้านทันทีหลังจากคนร้ายหลบหนีไป เพื่อไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่ไปพบเพื่อนบ้านที่เดินผ่านมาตามถนนพอดี

แต่ในขณะที่เธอได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเป็นเวลาหลังจาก 22.00 น. ถ้าหลักฐานจากนาฬิกา Apple iWatch เป็นที่ยอมรับ เธอได้ทิ้งเวลาประมาณสามชั่วโมงก่อนที่จะนำตัวในสภาพถูกมัดไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน

ในเวลาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ใช้เวลาในการทำลายหลักฐาน, ทำความสะอาดและหรือจำกัดเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด

ทางด้านทนายความของจำเลยได้ยื่นขอประกันตัว โดยอ้างว่าจำเลยมีบุตรอายุต่ำกว่า 5 ปีที่ต้องดูแลถึงสามคน จึงไม่คิดที่จะหลบหนีกลับประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนั้นเธอยังได้รับการสนับสนุนจากนาย Mark Nilsson สามีของเธอ   ซึ่งในขณะเกิดเหตุเขาอยู่ในที่ทำงาน

แต่ผู้พิพากษา Oliver Koehn ได้ปฏิเสธการให้ประกันตัวโดยอ้างว่า เป็นคดีที่มีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนและเป็นคดีความที่มีความผิดร้ายแรง

ศาลได้สั่งฝากขังจำเลยต่อไป จนกว่าจะมีการพิจารณาคดีครั้งต่อไปในเดือนมิถุนายน

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: