สู่เดือนมีนาคม 2018

.

สู่เดือนมีนาคม ๒๐๖๑ เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

ภาพนี้เป็นของการท่องเที่ยวรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียนำเสนอด้วย Wave Rock สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอยู่ที่ตำบล Wheatbelt ในเมือง Hyden ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย   เขาบอกว่าหากขับรถจากเมือง Esperance (เมืองนี้มีทะเลสาบ Spencer Lake สีชมพูและจิงโจ้นอนอาบแดดริมชายหาด) ไปยังนครเพิร์ท 9 ชั่วโมง (720 กม. ก็จะผ่าน Wave Rock เป็นหินแกรนิตดูคล้ายคลื่นมหึมาสูง 15 เมตร ซึ่งกว่าจะมีรูปร่างเป็นอย่างนี้ได้ต้องใช้เวลาการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติถึง 2 พันล้านปีทีเดียว

สำหรับผมและท่านผู้อ่านอีกหลายท่านคงหาโอกาสยากที่จะได้ไปเห็นของจริง ก็ขอให้ชมภาพนี้ไปก่อนก็แล้วกันครับ

ทีแรกตั้งใจหาสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะสำหรับเดือนมีนาคมซึ่งเป็นเดือนแรกของฤดูใบไม้ร่วง แต่ที่ Wave Rock ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะไปเยื่อนก็คือช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป เพราะโอกาสเจอฝนมีน้อยมากและเป็นช่วงที่ดอกไม้ป่ากำลังออกดอกกันทั่วทุกหนทุกแห่งเขาว่าสวยงามมากครับ

 

อยู่อย่างออสซี่

ผมเอาชื่อ “อยู่อย่างออสซี่” ในคอลัมน์ตามใจฉันมาใช้ ก็บังเอิญเมื่อวานนี้มีเพื่อนออสซี่มาถามผมว่า “(ชื่อ)คุณดูข่าวห้วย ๓๐ ล้านไหม เมียผมชอบมาก ๆ ดูได้ทุกวันจริง ๆ นะ”

บอกกันตามตรงว่าผมไม่ได้ติดตามข่าวที่ประเทศไทยเลย ไม่ใช่ว่าจะไม่สนใจแต่ไม่มีเวลา ทำได้แต่เพียงอ่านข่าวพาดหัวของทุกวันไล่ตามหลังมาตลอด ตอนนี้ถึงเดือนพฤศจิกายนปี ๒๕๖๐ แล้วครับ

ผมเปิดยูทูปเช็คข่าวคดี “หวย ๓๐ ล้าน(บาท)” ยอมรับว่าไม่สนใจ แต่ไปติดใจเอากับคดี “ป้าทุบรถ” ต้นเหตุเกิดจากที่บ้านของคุณป้าถูกตลาดเอกชนเข้ามาเปิดดำเนินกิจการรอบบ้านถึง ๑๑ ตลาด จนมีรถมาจอดขวางทางเข้าทางออกบ้าน คุณป้าพยายามพึ่งตำรวจและหน่วยงานรับผิดมาได้ ๑๐ ปีก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดคุณป้าสองคนเหลืออดช่วยกันเอาขวานกับฉะแลงทำสวนมาทุบรถที่จอดขวางทางเข้าบ้าน

กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนถูกสื่อมวลชนเรียกคดีนี้ว่าเป็น “ยุทธการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” เพราะผู้ใหญ่ของบ้านเมืองตื่นกันทั่วประเทศ กรุงเทพมานครซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต้องจัดระเบียบตลาดทั่วพื้นที่เขตปกครองใหม่ทั้งหมด หลังคนทั่วประเทศตั้งคำถามว่าทำไมหน่วยงานผู้รับผิดชอบจึงอำนวยสำดวกให้มีการดำเนินธุรกิจตลาดผิดกฎหมายทั้ง ๑๑ แห่งดำเนินกิจการเรื่อยมาทั้งที่รับทราบปัญหามาโดยตลอด

สำหรับผมเอาใจช่วยคุณป้าและครอบครัวต่อการกระทำครั้งนี้ มันทำให้ข้าราชการตั้งแต่ชั้นผู้น้อยยันไปถึงนายกรัฐมนตรีรับรู้ถึงสิ่งผิดชอบชั่วดี

แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายก็คือกฎหมาย คุณป้าทำผิดไปทุบรถเขาก็ควรต้องถูกดำเนินคดี แต่จะให้ยุติธรรมก็ควรต้องไปรื้อฟื้นเอาผิดกับอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและพวกที่ลงนามอนุมัติในการจัดตั้งตลาดที่ดูมีสีเทา(มาก)ในความรู้สึกของหลายคนด้วย

ในออสเตรเลียการดูแลพื้นที่อยู่อาศัยและธุรกิจขึ้นอยู่กับเทศบาลเขต แต่นโยบายการกำหนดพื้นที่ใช้สอยขึ้นอยู่กับกระทรวงวางแผนของรัฐบาลรัฐ ผมเห็นใจคุณป้าทุบรถที่เจอเหตุการณ์คนเอารถขวางทางเข้าออกมานานถึง ๑๐ ปี ที่ซิดนีย์ผมเจอมาแค่ ๒ ปียังต้องข่มใจแทบแย่ จำต้องอยู่อย่างออสซี่คืออดกลั้นหรือ tolerance ซึ่งเป็น trait อย่างหนึ่งของคนออสซี่ ถ้าอดกลั้นไม่ไหวพวกเขาก็แก้ปัญหาด้วยการหลีกเลี่ยง

ถนนที่ผมอยู่อาศัยเคยเป็นบ้านของคนชั้นกลางอยู่อย่างสงบสุข เรียกได้ว่ารู้จักกันทั้งถนน เพราะทุกปีจะมีการจัดงานคริสต์มาสสำหรับคนร่วมถนนเอาอาหารและเครื่องดื่มมาแลกเปลี่ยนกันกินและสังสรรค์กันปีละครั้ง

บ้านทรงเฟเดอเรชั่น – ภาพนี้ผมเคยเอามาลงครั้งหนึ่งแล้ว ขอย้ำอีกว่าไม่ใช่บ้านของผม แต่ที่เอามาลงเพราะสวยกว่าและดูแลรักษาได้ดีกว่า เป็นบ้านที่ลงโฆษณาขายเมื่อประมาณสามปีที่ผ่านมาครับ

สำนักงานมรดกแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์เคยมีแผนที่จะจดทะเบียนให้เป็นมรดกแห่งรัฐเพราะเป็นบ้านทรงเฟเดอเรชั่นตลอดทั้งถนน แต่แล้วรัฐบาลรัฐน.ซ.ว.ได้ปรับแผนขยายที่อยู่อาศัยของประชากรให้พื้นที่ริมถนนใหญ่เป็นที่ก่อสร้างอาคารสูงสำหรับที่อยู่อาศัยขนาดไม่เกิน ๕ ชั้นได้ ส่วนถนนที่ผมอยู่สามารถสร้างที่พักอาศัยขนาดไม่เกิน ๒ ชั้นได้

เท่านั้นเองอพาร์ทเมนท์ก็ขึ้นเป็นดอกเห็ด เอเยนซีที่อยู่อาศัยต่างวนเวียนกันมาเคาะประตูบ้านแจ้งให้ทราบว่ามีคนสนใจซื้อบ้านโดยเสนอราคาสูงกว่าราคาตลาดเป็นเท่าตัว

ผมยังจำได้ดีในงานคริสต์มาสประจำถนนปีหนึ่งพวกเราร่วมกันลงฏีกาคัดค้านการเปลี่ยนโซนบ้านหลังเดี่ยว-ชั้นเดียวของพวกเราไปเป็นอย่างอื่นเสนอต่อรัฐบาลพรรคริเบอรัล พวกเรายังตกลงกันว่าจะไม่ยอมขายบ้าน เพื่อรักษาวิถีชีวิตของพวกเราไว้ สำหรับผมแล้วมันเป็นวิถีการดำเนินชีวิตในอุดมคติมาตลอด ๒๐ กว่าปีที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้

ไม่นานบ้านอยู่กึ่งกลางถนนตัดสินใจขายให้กับผู้ซื้อซึ่งเป็นเอเยนซีที่อยู่อาศัยเอง เขารื้อบ้านแล้วสร้างเป็นบ้านสองชั้นสองหลังเต็มเนื้อที่บ้าน แล้วขายไปได้กำไรเป็นสองเท่าของราคาที่เขาลงทุนไป   แต่นั่นก็ทำให้คุณสมบัติในการเป็นกลุ่มบ้านจดทะเบียนมรดกหมดไปด้วย

ผลกระทบทางสังคมที่ตามมาก็คือ ครอบครัวที่เช่าบ้านอยู่เดิมได้ย้ายไปหาที่อยู่ใหม่ ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านก็เริ่มทยอยย้ายออกแล้วปล่อยบ้านให้คนอื่นเช่าแทน

ผู้ที่เข้ามาเช่าอยู่ใหม่เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาเช่าบ้าน แล้วก็ให้คนอื่นมาร่วมแชร์ห้องเช่า   อย่างบ้านที่อยู่ตรงข้ามซอยหลังบ้าน (rear lane) เป็นบ้านขนาดสี่ห้องนอนแต่ให้เช่าแก่ผู้คนมากหลายหน้าหลายตา ต่างชาติต่างภาษารวมกันราวสิบกว่าคน เช่นเดียวกับบ้านหลังอื่น ๆ ผู้เช่าจะเป็นลักษณะเดียวกัน ไม่ใช่ผู้เช่าครอบครัวพ่อแม่ลูกอีกต่อไป

ก่อนหน้าสองปีย้อนหลังลงไปซอยหลังบ้านจะโล่งตลอดไม่มีรถเข้ามาจอด เพราะถนนหน้าบ้านก็มีที่ว่างเพียงพอให้จอดกัน แต่ความเปลี่ยนแปลงในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ซอยหลังบ้านมีรถจอดเต็มไปหมด แถมไอ้พวกที่เช่าอยู่บ้านตรงข้ามเอารถมาจอดขวางทางเข้าบ้านจนผมเอารถเข้า-ออกไม่ได้   บางครั้งพวกเขาก็เหลือที่ว่างให้พอขยับรถสี่ห้าครั้งกว่าจะออกไปได้ แต่ไม่สามารถกลับเข้าจอดในโรงรถได้

ผมเคยเขียนข้อความขอร้องไม่ให้พวกเขาจอดขวางประตูเข้าบ้านแต่ก็ไม่ได้ผล เพราะพวกเขาไม่มีที่จอด เคยอีเมลแจ้งเทศบาลไปครั้งหนึ่ง เทศบาลก็ตอบกลับมาว่าได้รับเรื่องแล้ว แล้วก็เงียบหายไป

บางครั้งรถออกไม่ได้หลายวันเข้าจนแบตเตอรี่หมด ก็ต้องเรียก NRMA มาเติมแบตฯให้ ในช่วงสองปีมานี้ผมใช้บริการ NRMA มาแล้ว ๓ ครั้ง ใช้บริการช่างอ้น (ช่างคนไทย) ๑ ครั้งแล้วครับ

เมื่อเจอเข้ากับตัว ผมจึงเห็นใจคุณป้าทุบรถ และขอบอกว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่มีแค่กรุงเทพมหานครเท่านั้นนะครับ ที่ซิดนีย์เขาก็มีเหมือนกันครับ

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย, บทความทั่วไป

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: