รัฐบาลบังคับเรียกคืนรถ 2.3 ล้านคัน เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากถุงลมนิรภัย Takata

นสพ. Herald Sun ฉบับ 28 ก.พ. 2018 เสนอข่าวรัฐบาลบังคับบริษัทผู้ผลิต-ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เรียกคืนรถ 2.3 ล้านคันเพื่อแก้ปัญหาถุงลมนิรภัยอันตราย

28 ก.พ. 2018 รัฐบาลกลางของนาย Malcolm Turnbull ได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์เป็นภาคบังคับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กว่า 2.3 ล้านคันกับบริษัทรถที่ยังเมินเฉยจากความเสี่ยงของถุงลมนิรภัย

เมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ของโลกอาทิเช่นโตโยต้า, มาสด้า, ฮอนด้าและบีเอ็มดับเบิลยูได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์ในออสเตรเลียด้วยใจสมัครจำนวน 1.7 ล้านคันเพื่อทำการเปลี่ยนระบบถุงนิรภัยที่อยู่ในความเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย แต่ก็ยังมีบริษัทรถยนต์ที่จำหน่ายในออสเตรเลียอีกกว่า 2.3 ล้านคันยังคงนิ่งเฉย จึงทำให้รัฐบาลตัดสินใจบังคับเรียกคืนเป็นครั้งแรก

รัฐบาลเริ่มเป็นกังวลถึงอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้น หากถุงลมนิรภัยต้องทำงานและชิ้นส่วนของโลหะพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของผู้ขับรถและผู้โดยสารอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ถุงลมนิรภัยที่อยู่ในความเสี่ยงคือถุงลมนิรภัยของบริษัท Takata ซึ่งรถยนต์ 2 ใน 7 คันในออสเตรเลียใช้ถุงลมจากบริษัทนี้ (ปัจจุบันบริษัทนี้ล้มละลายไปแล้ว) และเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลก 23 คน โดยผู้เสียชีวิตคนสุดท้ายเป็นชาวออสเตรเลีย

รัฐบาลได้ให้เวลาบริษัทที่ยังเพิกเฉยทำการเปลี่ยนถุงลมนิรภัยใหม่ให้แล้วเสร็จภายในสองปีข้างหน้าหรือภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2020

สำหรับบริษัทที่ถูกไม้แข็งให้ต้องปฏิบัติตามก็คือผู้ผลิตรถยนต์ฟอร์ด, โฮเดน, โฟล์คสวาเกนและรถผลิตจากประเทศยุโรปอีกในหลายแบรนด์ รวมไปถึงรถยนต์ที่ยังเหลือตกค้างจากกลุ่มที่เรียกคืนด้วยใจสมัคร

ถุงลมนิรภัยของบริษัท Takata ได้บรรจุตัวปั้มลมด้วยการใช้แอมโมเนียมไนเตรท สารเคมีผสมซึ่งจะเสื่อมคุณภาพลงไปตามกาลเวลาเมื่อถูกความชื้น

การเรียกคือรถอาจจะทำให้ครอบครัวออสเตรเลียนับล้านครอบครัวประสบความยุ่งยาก แต่รัฐบาลเห็นว่าความปลอดภัยของประชาชนสำคัญมากกว่า อย่างไรก็ตามผู้เป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นล่าสุดจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาของถุงลมนิรภัยแต่อย่างใด

การตัดสินใจของรัฐบาลเกิดขึ้นหลังจากคระกรรมการการแข่งขันทางการค้าและคุ้มครองผู้บริโภคหรือ ACCC ได้ออกเอกสารข้อเสนอแนะอย่างเป็นทางการไปถึงรัฐบาลกลางให้ออกคำสั่งเป็นภาคบังคับเพื่อเรียกคืนรถยนต์ส่วนใหญ่ผลิตจากยุโรป ที่ยันนิ่งเฉยต่อการแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า

สำหรับความจำเป็นเร่งด่วนอันดับแรกก็คือการเปลี่ยนถุงลมนิรภัยของบริษัท Takata ในรุ่นที่เรียกว่า ‘Alpha’ โดยผู้เป็นเจ้าของรถได้รับการเตือนว่า หากรถของตนใช้ถุงลมนิรภัย Alpha ซึ่งเสี่ยงอันตรายมากที่สุด ให้รีบนำรถกลับมายังตัวแทนจำหน่ายเพื่อเปลี่ยนถุงลมที่ปลอดภัย โดยไม่ควรเสี่ยงขับรถดังกล่าวอีกต่อไปจนกว่าจะแก้ไขให้เรียบร้อย

นอกจากผู้เสียชีวิตทั่วโลก 23 คนแล้วยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากถุงลมนิรภัยของบริษัท Takata อีกหลายรายเช่นตาบอด, ใบหน้าได้รับบาดเจ็บ, คอและร่างกายบาดเจ็บ, สายเสียงเสียหาย, กระดูกสันหลังหัก, ศีรษะได้รับบาดเจ็บและสมองถูกทำลายเป็นต้น

อุบัติเหตุที่ย่าน Cabramatta หรือที่สื่อเรียกว่า Vietnamatta ถิ่นที่อยู่หนาแน่นของชาว AEC ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คนและบาดเจ็บอีก 3 คนอันเกิดจากถุงลมนิรภัย Alpha : ภาพจาก 7 News

ในเดือนกรกฎาคม 2017 ได้เกิดอุบัติเหตุรถฮอนด้า CRV และรถโตโยต้า Celica ชนกันที่ย่าน Cabramatta เขต City of Fairfield ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ทำให้ชายวัย 58 ปีผู้ขับรถฮอนด้าเสียชีวิต และยังมีผู้โดยสารมากับรถฮอนด้า, คนขับรถโตโยต้าและผู้โดยสารมากับรถโตโยต้าได้รับบาดเจ็บ จากการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตพบว่ามาจากถุงลมนิรภัย ที่ปล่อยเศษโลหะออกมาทะลุคอหอยของชายวัย 58 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บรายอื่นส่วนหนึ่งมาจากผลของถุงลมนิรภัยเช่นกัน

รายงานข่าวล่าสุดที่ออกมาในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ระบุว่าการบังคับเรียกคืนรถมีทั้งสิ้น 4 ล้านคัน ในจำนวนนี้รวมถึงรถประมาณ 1 ล้านคันที่บริษัทผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายติดต่อให้มาเปลี่ยน แต่ก็ยังไม่ติดต่อเข้ามา

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: