เตือนผู้ขโมยของซูเปอร์ฯผ่านการชำระเงินด้วยตัวเอง จับได้โดนโทษปรับและ/หรือคุก

จุดบริการชำระเงินด้วยตัวเอง หรือ self-service checkout ของซูเปอร์มาร์เก็ต : ภาพจากสำนักข่าว ABC

23 ก.พ. 2018 ผู้ที่คิดว่าตัวเองฉลาดสามารถซื้อเนื้อวัวสันราคาแพงในราคาถูกอย่างเครื่องในไก่โดยผ่านช่องบริการชำระเงินด้วยตัวเอง คงต้องคิดใหม่ก่อนที่ผลกรรมจะตามมา ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นในสามประเทศ

ในเมืองมิวนิกประเทศเยอรมนีนักธุรกิจวัย 58 ปีต้องถูกปรับเป็นเงิน 326,000 เหรียญออสเตรเลีย (8 ล้านบาท)* จากความผิดที่ใช้ช่องบริการชำระเงินด้วยตัวเอง (self-service checkout) ในการได้สินค้ามาในราคาที่แทบจะไม่ต้องจ่ายเงิน

ชายวัย 58 ปีผู้ได้รับการปกปิดชื่อ ถูกศาลเมืองมิวนิก (มึนเชิน) ตัดสินมีความผิดในข้อหาลักขโมย หลังจากสแกนตับวัวราคา 73.50 เหรียญในราคาผลไม้เพียงไม่กี่เหรียญ

ทำไมศาลเยอรมันถึงโหดจัง เป็นเพราะศาลได้พิจารณาบนพื้นฐานที่ว่าชายรายดังกล่าวมีรายได้เดือนละ 37,500 เหรียญ (ประมาณ 1 ล้านบาท)* และก่อนหน้านั้นเขาถูกจับได้ว่าหลอกลวงระบบการชำระเงินด้วยตัวเองมาแล้ว 3 ครั้ง แถมยังเคยถูกตัดสินโทษให้มีความผิดในคดีลักขโมยและคดีหลีกเลี่ยงภาษีอีกด้วย

อย่างไรก็ตามศาลได้สั่งปล่อยเขาเป็นอิสระในวันตัดสินโทษปรับ หลังจากเขาถูกปฏิเสธประกันตัวและฝากขังมาตั้งแต่เขาก่อเหตุในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา (ประเทศเยอรมนีได้ชื่อว่ามีตำรวจที่โหดที่สุดในยุโรปตะวันตก การตัดสินคดีนี้ทำให้ทราบว่าศาลเยอรมันก็โหดไม่ต่างกัน ขโมยของ 73 เหรียญปรับ 326,000 เหรียญแถมคุกอีก 2 เดือน)

รายต่อมาเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา นาง Cheyenne West จากรัฐฟลอริดาได้ซื้อสินค้ามูลค่ากว่า 2,300 เหรียญสหรัฐในราคาเพียง 4.20 เหรียญสหรัฐ โดยผ่านช่องบริการชำระเงินด้วยตัวเอง

นาง West ได้ใช้วิธีลอกเอาสติกเกอร์บอกราคาจากสินค้าลดราคา (clearance items) มาติดในรหัสบาร์โค้ดสินค้าคอมพิวเตอร์, วีดิโอเกมส์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ตามเอกสารมูลฟ้องของเจ้าหน้าที่เชอรีฟ (นายอำเภอในอเมริกา) ของพื้นที่ปกครอง Indian River County ระบุว่านาง West และ Alicia มารดาของเธอได้ถูกต้องสงสัยและติดตามการเคลื่อนไหวโดยเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามจากกล้องวงจรปิด

เธอถูกจับและถูกนำมากักขังที่เรือนจำ Indian River County ที่ซึ่งเธอถูกตั้งข้อหาขโมยสินค้ามีราคาสูง (felony grand theft คือมีราคาสูงกว่า 400 หรือ 500 เหรียญขึ้นไปแล้วแต่ละรัฐกำหนด) และขโมยสินค้าทั่วไป ซึ่งเธออ้างว่าเธอตัดสินใจขโมยก็เพื่อจะได้มีของขวัญดี ๆ ให้กับคนในครอบครัว เนื่องจากเธอไม่มีกำลังซื้อมัน

รายที่สามเกิดขึ้นในรัฐควีนสแลนด์ประเทศออสเตรเลียในเดือนกุมภาพันธ์นี้เอง เมื่อสตรีคนหนึ่งที่ได้รับสงวนนามทำการฉ้อฉลระบบบาร์โค้ดก่อนนำสินค้ากว่า 4,500 เหรียญผ่านช่องบริการชำระเงินด้วยตัวเองของซูเปอร์มาร์เก็ต Coles และ Woolworths

สตรีแม่ลูกสองรายนี้ได้ใช้วิธีถ่ายภาพบาร์โค้ดสินค้าบะหมี่สำเร็จรูประหว่างราคา 65 เซนต์และราคา 72 เซนต์จากนั้นจึงพิมพ์ออกมาแล้วนำมาทากาวและไปปิดทับบาร์โค้ดของสินค้ามีราคา

เธอถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 9 เดือนจากความผิดฉ้อฉล 31 คดี อย่างไรก็ตามศาลได้สั่งยกเว้นโทษจำโดยให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี และสั่งให้ชำระเงินคืนแก่ห้าง Coles เป็นเงิน 1,545 เหรียญและห้าง Woolworths เป็นเงิน 2,070 เหรียญ

หมายเหตุ *อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ณ วันที่ 23 ก.พ. 2018 เงิน 1 ดอลล่าร์ออสเตรเลียเท่ากับ 24.60 บาท

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: