รถไฟซิดนีย์ดีเลย์วันจันทร์-อังคาร ต่างฝ่ายโบ้ยกันให้มั่วอีกฝ่ายผิดพลาด

รายการข่าวทีวี 7 ระบุกระแสไฟฟ้าขัดข้องทำให้รถไฟล่าช้าและบางสายยกเลิกบริการ : ภาพจาก 7 News

10 ม.ค. 2017 กรณีระบบรถไฟฟ้าในนครซิดนีย์เกิดขัดข้องในชั่วโมงเร่งด่วนในวันจันทร์และวันอังคารที่ 8 และ 9 มกราคม โดยเฉพาะวันอังคารน่าจะถือว่าเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลทำให้รถไฟ 8 ใน 10 สายไม่สามารถเดินรถได้ตรงตามเวลา

เฉพาะรถไฟสาย T1 (สีเหลือง) จาก Epping เข้าตัวเมืองโดยผ่าน Central ขึ้นป้ายดีเลย์เที่ยวต่อไปนานถึง 9 ชั่วโมง 25 นาที ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น “ปิดบริการบางส่วน” (Partial Closure)

นสพ. The Telegraph ฉบับ 10 ม.ค. 2018 เสนอข่าวรถไฟซิดนีย์ประสบปัญหาล่าช้า และระบุรถไฟสาย Epping ผ่าน Central คันต่อไปจะมาในอีก 9 ชม. 25 นาที จากปกติวิ่งทุก 15 นาที

ผลกระทบจากรถไฟไม่สามารถให้บริการได้ตรงตามตารางเวลาส่งผลกระทบต่อการระบายผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงานได้มาออกันเต็มทุกสถานีรอบใจกลางนครซิดนีย์ โดยเฉพาะที่สถาน Wynyard ในช่วงเวลาหนึ่งถึงกับต้องใช้รั้วกั้นห้ามประชาชนเข้าไปภายชานชาลาที่ประสบปัญหารถไฟขัดข้อง ในขณะที่ตำรวจต้องทำหน้าที่ขอร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ

ทางด้านการขนส่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ออกมากล่าวถึงเหตุที่รถไฟต้องล่าช้าหรือต้องยกเลิกในบางขบวนว่าเป็นเพราะกระแสไฟฟ้าดับและฟ้าผ่าส่งผลกระทบต่อการเดินรถไฟและพนักงานขับรถไฟในวันนั้นเกิดลาป่วยพร้อมกันหลายคนทำให้ขาดแคลนพนักงาน

ผู้โดยสารรอรถไฟที่สถานี Strathfield : ภาพจากสำนักข่าว ABC

 

ผู้โดยสารรอรถไฟที่สถานี Redfern : ภาพจาก News.com.au

 

ผู้โดยสารรอรถไฟที่ชานชาลาสถานี Central ชานชาลานี้ไปสนามบินซิดนีย์ ในวันนั้นทำให้คนตกเครื่องบินกันหลายคน : ภาพจาก hit.com

ในขณะที่นาย Alex Claassens เลขาธิการสหภาพแรงงานพนักงานรถไฟ, รถรางและรถประจำทาง (RTBU) ออกมาโต้ว่าฝ่ายบริหารปิดบังข้อเท็จจริง แท้จริงแล้วต้นเหตุมาจากแผนตารางเวลาเดินรถไฟใหม่ที่ใช้มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2017 มีความไม่เหมาะสม เมื่อมีปัญหาระบบอิเล็กทรอนิกส์เกิดขัดข้อง ทำให้เครือข่ายการวิ่งของรถไฟทั้งระบบเกิดการตีรวน การแก้ปัญหาพื้นฐานรายวัน (a daily basic) จึงกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต

สหภาพแรงงาน RTBU เห็นว่าตารางเวลาเดินรถไฟใหม่ของรัฐบาลกำลังทำให้ผู้โดยสารเข้ามาอยู่ในความเสี่ยงกับความไม่สะดวก

อย่างเช่นรถไฟที่วิ่งจากสถานี Ashfield มายังสถานี Central ปกติจะใช้เวลาวิ่ง 15 นาที แต่เมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) ต้องใช้เวลาวิ่งถึง 2 ชั่วโมงจึงจะถึงสถานี Central

การแข่งขันเทนนิส WTA Sydney International 2018 คู่ระหว่าง Angelique Kerber และ Venus Williams หลังจากคู่นี้ต้องถูกยกเลิกในวันอังคารที่ 9 มกราคมเนื่องจากเกรงอันตราจจากฟ้าฝ่า : ภาพจากสำนักข่าว BBC

อย่างไรก็ตามต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบการเดินรถไฟขัดข้องมาจากสภาพอากาศในซิดนีย์เกิดมีพายุฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะในวันอังคารที่ 9 มกราคมมีฟ้าผ่ากว่า 4,600 ครั้ง จุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือที่ย่าน Bankstown ส่งผลให้บ้านเรือนและที่ทำการธุรกิจในบริเวณนั้นประมาณ 6,800 แห่งไม่มีไฟฟ้าใช้

บริษัท Ausgrid ผู้จัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้ากล่าวว่า ฟ้าผ่ายังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียงคือ Yagoona, Bass Hill, Sefton, Chester Hill, Georges Hall, Bankstown, Auburn, Birrong, Condell Park, Berala และ Regents Park รวมถึงการบริการรถไฟฟ้าสาย T3 (สีส้ม)

ฟ้าผ่ายังสร้างความเสียหายขนาดหนักให้กับอุปกรณ์ส่งสัญญาณที่ Gordon ทางเหนือของนครซิดนีย์ทำให้การบริการรถไปสาย T1 (สีเหลือง สาย North Shore Line) ประสบปัญาความล่าช้า

ส่วนสายอื่น ๆ ได้รับผลกระทบจากฟ้าผ่าเช่นกันแต่ไม่หนักเท่ากับสาย T1 และ T3

ฟ้าผ่าในวันที่ 9 มกราคมอยู่ในระดับอันตรายจนต้องมีการประกาศเตือนประชาชนให้ออกห่างจากจุดเสี่ยง : ภาพชั่วคราวจากนสพ. The SMH

หมายเหตุ ท่านสามารถอ่านข่าวเกี่ยวเนื่องกับข้อพิพาทแรงงานระหว่างสหภาพ RTBU กับ NSW Trains ได้ด้วยการกดคลิก “สหภาพรถไฟประท้วงปี 2018” ที่ Tag ท้ายข่าวนี้

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: