7-11 ปฏิเสธจ่ายเงินทาสแรงงานสองผัวเมีย อ้างเป็นญาติกับเจ้าของแฟรนไชส์

ร้าน 7-Eleven สาขา Epping North ในนครเมลเบิร์น : ภาพจากสำนักข่าว SBS

7 ม.ค. 2017 เมื่อนาย Michael Smith ประธาน 7-Eleven ออกมายอมรับถึงการจ่ายเงินชดเชยแก่แรงงานส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ถูกใช้เป็นทาสแรงงานในออสเตรเลีย แต่เขาไม่ยินดีด้วยกับการจ่ายเงินให้กับอดีตพนักงานบางราย

ทั้งนี้โครงการจ่ายเงินชดเชยของ 7-Eleven ได้ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินชดเชยค่าแรงให้กับนาย Manish และนาง Anshu Mehra จำนวนกว่า 300,000 เหรียญ โดยอ้างว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์โดยตรงกับเจ้าของร้านผู้ถือแฟนไชส์ และกล่าวหาว่าได้มีการเปิดทางสะดวกให้สมอ้างเงินค่าแรงต่ำกว่ากฎหมายกำหนด

จดหมายที่ 7-Eleven ส่งถึงนาย Mehra ในเดือนสิงหาคมอ้างว่าเขาและเจ้าของแฟรนไชส์เป็นญาติกัน และมีการอ้างว่ามีการจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสดตามอัตรากฎหมายกำหนด

ในกรณีนี้นายและนาง Mehra ได้อพยพมาจากประเทศอินเดียในปี 2006 ขณะนี้ได้เดินเรื่องฟ้องพี่เขย (สามีพี่สาว) ต่อศาลสหพันธ์กลางชั้นต้น (Federal Circuit Court ) ในนครเมลเบิร์นเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีจำเลยคือนาย Lahkwinder Singh (พี่เขย) และ LD Income Trust และ Ell Dee Income Trust ซึ่งมีนาย Singh เป็นกรรมผู้จัดการแต่ผู้เดียว

คดีนี้สำนักงานกฎหมาย Maurice Blackburn และสหภาพแรงงาน SDA (สหภาพแรงงานพนักงานร้านค้า, จำหน่าย และพันธมิตรลูกจ้าง) ของนายและนาง Mehra เป็นตัวแทนแก้ต่างอ้างว่านาย Manish Mehra ได้รับเงินค่าจ้างตามสิทธิพึงได้รับต่ำไป 248,384 เหรียญจากค่าแรง, เงินสะสมเลี้ยงชีพ, เงินสิทธิควรได้ตามกฎหมายแรงงานและเงินค่าลาหยุดประจำไปในระหว่างปี 2010 จนกระทั่งเขาถูกปลดออกจากงานในเดือนมีนาคม 2016

ตามเอกสารมูลฟ้องอ้างว่า นาย Mehra ทำงานกะละ 12 ชั่วโมงโดยได้ค่าจ้างเป็นเงินสดระหว่าง 10 ถึง 12 เหรียญต่อชั่วโมง

ในขณะที่นาง Anshu Mehra ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 89,963 เหรียญจากค่าแรง, เงินสะสมเลี้ยงชีพ, เงินสิทธิพึงได้ตามกฎหมายแรงงานและเงินค่าลาหยุดประจำไปในระหว่างปี 2011 ถึงเดือนมกราคม 2016 เมื่อเธอถูกปลดออกจากงาน

นาย Michael Smith ประธาน 7-Eleven : ภาพจากนสพ. The SMH

นาย Mehra ได้เล่าถึงความหลังว่า นาย Singh ได้มาหาเขาที่บ้าน และขอให้เขาช่วยเหลือ ซึ่งเขาตกลง

จากนั้นนาย Singh ได้ทำเรื่องสปอนเซอร์ให้เขามาออสเตรเลีย และอยู่อาศัยที่บ้านของพวกเขาเป็นเวลาหนึ่งปี พร้อมกับช่วยทำงานร้าน

เขาเริ่มทำงานกับพี่เขยในปี 2010 ที่ร้าน 7-Eleven ในย่าน Epping North เขต City of Whittlesea ประมาณ 26 กม.ทางเหนือของนครเมลเบิร์น ตอนนั้นเขาไม่รู้เรื่องของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ, เงินสิทธิพึงได้และอัตราค่าจ่้างในช่วงวันหยุด เขาทำงานให้ด้วยความไว้ใจ

หลังจากนั้นเขาเริ่มรู้สึกว่านาย Singh ได้ให้เขาทำงานด้วยชั่วโมงเพิ่มขึ้น เขาจึงเริ่มบ่น จนส่งผลให้เกิดการทะเลาะกัน แต่เขาก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป

กรณีของนายเป็นหนึ่งในกรณีตัวอย่างที่ 7-Eleven ยังปฏิเสธจ่ายเงินชดเชย โดยอ้างว่าจะจ่ายให้จนกว่าจะแน่ใจว่าเป็นการกดขี่แรงงานที่แท้จริง

ศจ. Allan Fels ประธานโครงการจ่ายเงินชดเชยที่แต่งตั้งและปลดออกโดย 7-Eleven : ภาพจากนสพ. The SMH

การใช้แรงงานทาสในหมู่ร้านค้าภายใต้แฟรนไชส์ของ 7-Eleven ได้ถูกสื่อมวลชนจากค่าย Fairfax Media และทีวี 9 แฉครั้งแรกในเดือนสิงหาคมปี 2015 โดยมีร้านในเครื่อง 7-Eleven หลายร้อยแห่งทั่วประเทศใช้วิธีเดียวกันในการกดค่าแรงงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติถือวีซ่านักเรียน

เพื่อกู้ชื่อเสียงของ 7-Eleven กลับคืนมาสำนักงานใหญ่จึงได้ว่าจ้างศจ. Allan Fels อดีตประธาน ACCC (คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและการแข่งขันทางการค้าแห่งออสเตรเลีย) เจ้าของฉายา “จอมตงฉินแห่งเอ-สามซี” ขึ้นเป็นประธานโครงการจ่ายเงินชดเชย (แต่ต่อมาเขาได้ถูกปลดออกจากหน้าที่) นายและนาง Mehra ได้ยื่นขอเรียกเงินชดเชยค่าจ้างในช่วงที่ศจ. Fels เป็นประธานโครงการ

นาย Smith ได้ให้สัมภาษณ์ในเดือนธันวาคมปี 2017 ว่าได้จ่ายเงินชดเชยให้กับอดีตพนักงานของ 7-Eleven ไปแล้วกว่า 150 ล้านเหรียญ บนเหตุผลของข้อถูกผิดของพวกเขา

ในบางกรณี 7-Eleven ได้ยอมจ่ายให้กับลูกจ้างที่อยู่อาศัยกับนายจ้าง และยังจ่ายให้กับบุตรชายที่เป็นลูกจ้างของบิดาผู้ถือแฟรนไชส์ บนพื้นฐานที่ตรวจสอบแล้วว่าสมเหตุสมผล

และกล่าวว่าการฉ้อฉลค่าจ้างมีความซับซ้อน และถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้ถือแฟรนไชส์จะว่าจ้างสมาชิกในครอบครัวที่รวมถึงบุตรชาย, บุตรสาว, เขย-สะใภ้และลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งความสัมพันธ์หลายกรณีไม่เข้าข่ายที่ 7-Eleven จะต้องจ่ายเงินชดเชย

นอกจาก 7-Eleven จะกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวในเรื่องการกดขี่ค่าแรงงานแล้ว ยังมีเจ้าของแฟรนไชส์แบรนด์ดังอื่น ๆ ที่กำลังเป็นเรื่องอื้อฉาวทั้งการกดขี่ค่าแรงและการกดขี่ผู้ถือแฟรนไชส์อย่างเช่น Donut King, Gloria Jeans, Brumby’s, Crust Gourmet Pizza, Caltex และ Domino’s เป็นต้น

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: