รัฐอิสลามเปลี่ยนแนว ชักชวนคนผิวขาวไม่ใช่มุสลิมร่วมก่อการร้าย

นาย Jake Bilardi ชาวออสเตรเลียผิวขาว อดีตเด็กเนิร์ดวัย 18 ปีเป็นคนเรียนเก่งแต่ไม่มีใครสุงสิงด้วย หลังจากถูกล้างสมองเขาได้หลบหนีไปซีเรียเพื่อร่วมกับกลุ่ม IS แต่ด้วยร่างกายของเขาไม่เหมาะที่จะเป็นทหาร งานที่เข้าได้รับก็คือขับรถเข้าไปในตลาดในเมือง Ramadi แล้วถูกกดระเบิดเสียชีวิตทั้ง Jake และเหยื่อผู้บริสุทธิ์ : ภาพจากนสพ. The Australian ฉบับ 12 มี.ค. 2015

24 พ.ย. 2017 สมาชิกกองกำลังก่อการร้ายรัฐอิสลามหรือ ISIS หรือ IS ได้หันมาใช้คนผิวขาวขาวออสเตรเลียที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามร่วมก่อการร้าย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากงานข่าวกรองตำรวจสอบสวนกลาง (AFP) ที่มีตาราวกับสับปะรด

ผู้สนับสนุนกลุ่ม IS ได้ใช้ออนไลน์เข้ารหัสให้ข้อมูลรายชื่อบุคคลเป้าหมายหลายร้อยคนที่จะมาช่วยงานการก่อการร้ายในออสเตรเลีย   รายชื่อเหล่านี้มาพร้อมกับที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อการติดต่อหว่านล้อม

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่กลุ่มออนไลน์นิกะห์ (nikah) หรือการแต่งงานของผู้นับถือศาสนาอิสลามที่ใหญ่ที่สุดกว่าทุกประเทศในโลก ในการหาผู้สนับสนุนและเพิ่มจำนวนโดยการแต่งงานกับบุคคลที่มีแนวความคิดรุนแรง ในแต่ละวันมีคนเข้ามาสนทากันระหว่าง 200 ถึง 300 คน

ดร. Robyn Torok ผู้ทำการวิจัยด้านลัทธิการใช้ความรุนแรงผ่านสื่อสังคมและออนไลน์ของสถาบันวิจัยด้านความมั่นคงแห่งมหาวิทยาลัยอีดิทโคแวนในนครเพิร์ทรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ผู้ซึ่งใช้เวลา 7 ปีในการวิจัยเว็บไซท์กล่าวว่า การโฆษณาช่วยเชื่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ตอนนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลังจากเมือง Raqqa ในประเทศซีเรียที่กลุ่มรัฐอิสลามสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงของตนได้ล่มสลาย กลุ่ม IS ได้เริ่มหาสมาชิกใหม่เพื่อหวังจะก่อการร้ายรายย่อยตามเมืองต่าง ๆ ในประเทศตะวันตก ซึ่งดร. Torok ระบุว่าออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ในเป้าหมายก่อการร้าย

เธอกล่าวว่าการคุกคามได้หลั่งไหลเข้ามา สำหรับออสเตรเลียตกราว 400 ครั้งต่อวัน โดยพวกเขาหวังว่าอาจจะมีใครสักคนรับที่จะทำมัน

พวกเขาเพียงแต่บอกชื่อร้านอาหารจำนวนหนึ่งพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ และบอกว่า “มันเป็นสถานที่เหมาะสำหรับที่จะโจมตี”

ดร. Torok ยังสังเกตพบการใช้ออนไลน์ในการชักชวนชาวออสเตรเลียผิวขาวที่มีความคับแค้นใจรัฐบาล, ผู้มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม, ผู้มีความคิดหัวก้าวหน้าและวัยรุ่นมีปัญหาเข้าร่วมแชตรูมออนไลน์

พวกเขาเชื่อว่าหากได้ชาวออสเตรเลียผิวขาวที่ไม่ได้นับถือมุสลิมมาเป็นพวก จะปฏิบัติการได้ง่ายขึ้นเพราะอยู่นอกเหนือเรด้าการตรวจจับของหน่วยงานข่าวกรอง

เธอกล่าวว่าผู้จัดหาคนเข้าร่วมก่อการร้ายมีความเจ้าเล่ห์และฉลาดในการใช้ชื่อและบัญชีปลอมต่าง ๆ เปลี่ยนไปตามแชตรูปที่พวกเขาแทรกซึมเข้าไปในแต่ละครั้ง พวกเขาตั้งเป้าเข้ารวมแชตรูมกลุ่ม เช่นกลุ่มโรงเรียน, กลุ่มผู้ปกครอง โดยหาเป้าหมายเป็นผู้ที่รู้สึกโดดเดี่ยวและเปราะบาง ดำเนินการแชตกับคนกลุ่มนี้ พวกเขาพยายามหาสิ่งที่เป้าหมายสนใจ และเพราะเปราะบางจึงเปิดกว้างในการรับฟัง จากนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มล้างสมองคนกลุ่มนี้เพื่อยัดเยียดแนวความคิดก่อการร้ายให้กับพวกเขา

ดร. Torok กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายที่พวกเขาค้นหาคือผู้ที่ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เป็นไปในโลก ผู้ที่ค้นหาตัวเองไม่พบหรือผู้ที่มีคำถามกับสิ่งที่เป็นไปในโลก จากนั้นจึงชักชวนให้แยกออกจากกลุ่ม เพื่อเข้าร่วมขบวนการ

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: