สตรีออสซี่คู่รักมือปืนสังหารหมู่ลาสเวกัส เดินทางถึงสหรัฐให้ปากคำ FBI

นสพ. The Advertiser ฉบับ 5 ต.ค. 2017 ขึ้นปกนาง Marilou Danley ในฐานะบุคคลสำคัญที่จะคลี่คลายปมคดีสังหารหมู่ที่ลาสเวกัส และภาพเล็กมุมซ้ายเป็นประตูห้องพักที่ถูกตำรวจพังเข้าไป จะเห็นมีปืนไรเฟิลอัตโนมัติหนึ่งกระบอกตั้งอยู่

5 ต.ค. 2017 นาง Marilou Danley ผู้อยู่กินฉันท์สามีภรรยากับนาย Stephen Paddock มือปืนผู้ก่อเหตุสังหารหมู่ผู้เข้าชมงานเทศกาลดนตรีแนวคันทรีที่ลาสเวกัสได้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ FBI ทันทีที่เธอเดินทางไปถึงสหรัฐ

ก่อนหน้านี้มีข่าวทำให้เชื่อว่านาง Danley วัย 62 ปีอยู่ที่ลาสเวกัสและถูกตำรวจ FBI สอบสวนไปเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นข่าวคลาดเคลื่อน (แต่ถ้าย้อนไปดูเนื้อข่าว น่าจะเป็นความกำกวมที่ตำรวจสหรัฐต้องการให้เป็น เพราะตอนตำรวจแถลงข่าวย้ำว่านาง Danley ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ได้เป็นผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุครั้งนี้) แท้จริงแล้วนาย Paddock ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินให้นาง Danley กลับไปเยี่ยมญาติที่บ้านเกิดในประเทศฟิลิปินส์เป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ทำการสังหารหมู่แฟนดนตรีเพลงคันทรีที่เข้าร่วมชมการแสดงดนตรี The Route 91 Harvest Country Music Festival 2017 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 59 คนและบาดเจ็บ 527 คนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม

นาง Danley ได้เดินทางถึงนครลอสแอนเจลิสเมื่อวานนี้ (4 ตุลาคม) ขณะนี้อยู่ในความดูแลของตำรวจ FBI (สื่อแทบทุกสำนักใช้คำว่า in custody หรือถูกควบคุมตัว) เพื่อนำไปสอบปากคำในฐานะเป็น “ผู้ต้องสงสัย” (แตกต่างจากในวันเกิดเหตุตำรวจออกมาแถลงข่าวโดยระบุว่าเธอไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย)

นาง Marilou Danley ขณะเดินทางถึงสนามบินลอสแอนเจลิส : ภาพจากสำนักข่าว NBC

เป็นที่เชื่อว่าปมของคดีเกิดขึ้นเมื่อสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ (NBI) ของประเทศฟิลิปปินส์แจ้งให้ทางการสหรัฐทราบว่านาย Paddock ได้โอนเงินเข้าบัญชีนาง Danley ในฟิลิปินส์เป็นเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเขาต้องการให้นาง Danley หรือให้บุคคลอื่น

ขณะนี้ทางการสหรัฐยังไม่ได้โยงเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ลาสเวกัสกับการก่อการร้ายในฟิลิปินส์ (นับจากที่กองกำลังก่อการร้ายรัฐอิสลามหรือ ISIS มีทีท่าว่าจะเพลี่ยงพล้ำในการทำสงครามในตะวันออกกลาง พวกเขาได้ย้ายขอบเขตการก่อการร้ายเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์เป็นเป้าหมายช่วยกองกำลังก่อการร้ายในพื้นที่ยึดครอง)

โฆษกของสำนักงาน NBI กล่าวว่าสำนักงานตำรวจ FBI ของสหรัฐได้ขอความช่วยเหลือจาก NBI ในการตามหานาง Danley โดยระบุว่าเป็นบุคคลที่ต้องการสอบปากคำเป็นอันดับแรกหลังจากพบนาย Paddock นอนเสียชีวิตจากการสังหารตัวเองภายในห้องพักของโรงแรม ก่อนที่ตำรวจจะเข้าถึงตัวเขา (นาย Paddock ได้ซ่อนกล้องไว้ที่รถเข็นอาหารทิ้งไว้นอกประตูห้องสูท[สวีท]ที่เขาพัก เพื่อตรวจดูตำรวจจะมาถึงตัวเขาเมื่อใด และตัดสินใจยิงตัวตายทันทีก่อนที่ตำรวจจะพังประตูเข้ามา)

รถเข็นอาหารที่นาย Stephen Paddock ซ่อนกล้องไว้เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของตำรวจภายนอกห้อง : ภาพจากสำนักข่าว News Corp

ตำรวจพบบัตรแสดงตัวของนาง Danley ที่ออกโดยสถานคาสิโนที่รู้จักกันว่า “Players Card” อยู่ภายในห้องพักที่เต็มไปด้วยอาวุธปืนร้ายแรงจำนวน 23 กระบอกรวมถึงปืนไรเฟิลจู่โจม AR-15 และปืนไรเฟิลจู่โจม AK-47 และพบรังบรรจุกระสุนประสิทธิภาพสูงมีขีดความสามารถในการยิงได้ถึง 800 นัดต่อหนึ่งนาที และปลอกกระสุนปืนตกเกลื่อนห้องพักประมาณไม่ต่ำกว่าสองร้อยปลอก

นสพ. The West Australian ฉบับ 5 ต.ค. 2017 เสนอภาพภายในห้องพักที่นาย Stephen Paddock นอนเสียชีวิต จะเห็นปืนไรเฟิลสองใน 23 กระบอก อยู่ที่ปลายเท้าของเขา

 

ปืนกระบอกที่ 19 มองจากประตูที่ทะลุเข้าไปเห็นภายใน : ภาพจาก Polaris

นาง Julie Bishop รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลียกล่าวว่า มีรายงานว่าเอกสารแสดงตัวของนาง Danley ได้ถูกใช้ในการจองโรงแรม

นาง Danley เป็นผู้เดินทางเข้าออกออสเตรเลียเป็นประจำ เพราะเธอมีญาติพี่น้องอาศัยอยู้ที่เมืองโกลด์โคสต์รัฐควีนสแลนด์หลายคนด้วยกัน ครั้งล่าสุดเธอได้เดินทางออกจากสหรัฐมายังฮ่องกงในวันที่ 25 กันยายนก่อนเดินทางเข้าฟิลิปปินส์ และเมื่อวานนี้ (4 ตุลาคม) เธอได้เดินทางกลับไปสหรัฐโดยสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์เที่ยวบินที่ 102

นาย Joseph Lombardo นายอำเภอแห่ง Clark County ซึ่งรวมพื้นที่ลาสเวกัสกล่าวว่า ในขณะนี้นาง Danley ถือเป็นผู้ต้องสงสัยสำคัญที่สุดในคดีนี้

ภาพในอดีตขณะนาย Stephen Paddock (เสื้อเชิ้ตสีดำ) รับประทานอาหารร่วมกับนาง Marilou Danley (เสื้อสีม่วง) และญาติของเธอในฟิลิปปินส์ : ภาพจากเฟสบุ๊ค

นาย Paddock และนาง Danley อาศัยอยู่ด้วยกันที่ Marilou เมืองเล็ก ๆ ห่างจากลาสเวกัสด้วยการขับรถเพียง 1 ชั่วโมง นาย Paddock เป็นอดีตนักบัญชีผู้ร่ำรวยจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และการพนัน เขาเพิ่งเข้ารีตหันมานับถือศาสนาอิสลามได้เพียงไม่กี่เดือนก่อนก่อเหตุสังหารหมู่

ทั้งสองเป็นที่คุ้นเคยกับคนในลาสเวกัสพอสมควร เจ้าของร้านคาเฟ่รายหนึ่งที่ Mesquite Nevada Casinos กล่าวว่า นาย Paddock มักจะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวกับภรรยาของเขาเสมอ ซึ่งเป็นความเห็นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่รู้จักบุคคลทั้งสอง

หมายเหตุ ท่านสามารถอ่านข่าวที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์สังหารหมู่ผู้เข้าชมดนตรีคันทรีที่ลาสเวกัสได้ด้วยการคลิกที่ “การสังหารหมู่ที่ Las Vegas” ที่ Tags ท้ายข่าวนี้

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: