กฎใหม่ผู้โดยสารเครื่องบินในปท. หลังพบแผนการก่อการร้ายคุกคาม

เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มกระเป๋าผู้โดยสารที่สนามบินซิดนีย์ : ภาพจาก news.com.au

7 ส.ค. 2017 กฎใหม่สำหรับผู้โดยสารผ่านสนามบินต่าง ๆ ในออสเตรเลียหลังจากเกิดเหตุการณ์วางแผนก่อการร้ายที่สนามบินซิดนีย์เพื่อลอบวางระเบิดเครื่องบิน

ระบบการรักษาความปลอดภัยใหม่จะเพิ่มกฎคุมเข้มแก่ผู้โดยสารนำของเหลวขึ้นเครื่อง, การตรวจสอบภาพถ่ายแสดงบุคคล (IDS), และมีความเป็นไปได้ที่จะนำการตรวจความเป็นบุคคลทางชีวภาคและการสแกนร่างกายเต็มตัวมาใช้

ภายใต้มาตรการใหม่จะไม่อนุญาตให้ผู้ใดที่ไม่มีบัตรขึ้นเครื่องผ่านเข้าไปในพื้นที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินภายในประเทศอย่างเด็ดขาด

มาตรการใหม่จะอยู่ในแนวเดียวกับที่ใช้ตามสนามบินภายในประเทศในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่มความเข้มงวดในการนำของเหลว, กระป๋องพ่นละอองอากาศและเจลขึ้นเครื่อง

เนื่องจากเครื่องตรวจโลหะตามสนามบินภายในประเทศไม่สามารถตรวจจับของเหลวที่ซุกซ่อนมากับร่างกาย แต่การสแกนร่างกายเต็มตัวสามารถตรวจพบ

การสแกนเต็มตัวจะเห็นวัสดุซุกซ่อนที่เครื่องตรวจจับโลหะทั่วไปตรวจไม่พบ จะถูกนำมาใช้ที่สนามบินภายในประเทศทุกแห่งเช่นเดียวกับในสหรัฐและสหราชอาณาจักร : ภาพจาก news.com.au

การเพิ่มมาตรการคุมเข้มสนามบินภายในประเทศเกิดขึ้นหลังจาก เจ้าหน้าที่ตรวจพบแผนการลอบวางระเบิดสายการบิน Etihad เที่ยวบินจากนครซิดนีย์ไปยังกรุงอาบูดาบีเมืองหลวงของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา

นสพ. The Telegraph ฉบับ 5 ส.ค. 2017 “พาดหัวข่าวจากซีเรียด้วยความเกียจชัง” ซึ่งจิงโจ้นิวส์ไม่ได้นำเสนอ แต่ขออนุญาตสรุปโดยย่อตามข่าวด้านล่างนี้

ตำรวจพบแผนการการก่อการร้ายครั้งนี้ถูกยกเลิกในนาทีสุดท้ายที่จุดเช็คอินในวันที่ 15 กรกฎาคม จากแผนการลักลอบนำเครื่องบดเนื้อซึ่งภายในบรรจุระเบิดแรงสูงที่ซุกซ่อนภายในกระเป๋าเดินทาง โดยผู้ก่อการร้ายหวังใช้นายน้องชายคนสุดท้องของพวกเขาเป็นผู้นำกระเป๋าโหลดขึ้นเครื่อง แต่เกิดปัญหากระเป๋ามีน้ำหนักเกินไป การโหลดขึ้นเครื่องจึงไม่เกิดขึ้น

ทำให้น้องชายคนสุดท้องซึ่งไม่ทราบว่าเขาถูกพี่ชายหลอกให้นำกระเป๋าบรรจุระเบิดขึ้นเครื่องรอดชีวิตจากแผนชั่วของพี่ชายตัวแสบมาได้อย่างเฉียดฉิว

จากการติดตามงานข่าวกรองร่วมระหว่างห้าชาติ (Five Eyes ประกอบด้วยออสเตรเลีย, สหรัฐ, สหราชอาณาจักร, แคนาดาและนิวซีแลนด์) พบว่านาย Khaled Mahmoud Kayat วัย 49 ปีและนาย Mahmoud Kayat น้องชายวัย 32 ปีได้ติดต่อกับนาย Tarek Kayat พี่ชายคนโตซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองกำลังก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ISIS) ในประเทศซีเรียในเดือนเมษายน 2017

จากนั้นในวันสงกรานต์ที่ 13 เมษายน 2017 อุปกรณ์ในการผลิตระเบิด (IED) ได้ถูกแยกส่งทางวัสดุไปรษณีย์ขึ้นเครื่องบินจากประเทศตุรกีเข้ามาในนครซิดนีย์ โดยมีจุดหมายปลายทางที่ที่พักในย่าน Lakemba ที่นาย Khaled Kayat เช่าอยู่อาศัยในอัตรา 440 เหรียต่อสัปดาห์มาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งอพาร์ทเมนท์แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ประกอบระเบิด

ตำรวจตรวจเข้มที่อพาร์ทเมนท์ถนน Sproule St. ย่าน Lakemba ของนาย Khaled M. Kayat สถานที่ใช้ประกอบระเบิด : ภาพจากนสพ. Daily Mail ภาพต้นฉบับ Getty Image

ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2017 นาย Amer Khayat น้องชายคนเล็กได้มาที่สนามบินนานาชาติซิดนีย์เพื่อขึ้นเครื่อง Etihad เที่ยวบิน EY451 หรือ EY455 ไปยังกรุงอาบูดาบีโดยมีนาย Khaled Kayat มาส่งที่สนามบินพร้อมขอฝากกระเป๋าเดินทางไปกับผู้เป็นน้องคนสุดท้องผู้ไม่ทราบว่าข้างในคืออะไรให้โหลดขึ้นเครื่องไปด้วย

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งเชื่อว่าผู้เป็นพี่รู้สึกว่าน้ำหนักกระเป๋าจะหนักเกินไป หรือเกรงว่าอาจจะไม่ผ่านการตรวจรักษาความปลอดภัย ทำให้นาย Amer Kayat ขึ้นเครื่องไปโดยไม่ได้นำกระเป๋าฝากของพี่ชายโหลดขึ้นเครื่องไปด้วย ทำให้นาย Khaled Kayat จำต้องนำกระเป๋ากลับมา

ถึงขณะนี้นาย Amer Khayat ยังคงอยู่ในต่างประเทศ       #หลังจากความพยายามนำระเบิดขึ้นเครื่องระเบิดล้มเหลว ผู้สั่งการในซีเรียที่รู้จักเพียงนาม “The Controller” ได้สั่งให้นาย Tarek Khayat ติดต่อมายังน้องชายของพวกเขาให้เปลี่ยนแผนมาเป็นระเบิดแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์แทน

แต่ช่วงนั้นพวกเขาถูกตำรวจงานข่าวกรองจับตาดูพวกเขาอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจทำการจู่โจมเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คนในวันที่ 29 กรกฎาคม เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่ความพยายามครั้งที่สองกำลังจะเกิดขึ้น

ในจำนวนผู้ต้องหาทั้งสี่คนที่ตำรวจปราบปรามการก่อการร้ายจู่โจมเข้าจับกุม ตำรวจได้ตั้งข้อหาเตรียมการก่อการร้ายแก่สองพี่น้องตระกูล Kayat ส่วนผู้ต้องสงสัยอีกสองคนคือนาย Abdul Merhi วัย 50 ปีได้รับการปล่อยตัวตั้งแต่วันอังคารที่ 1 สิงหาคม และนาย Khaled Merhi ผู้ซึ่งถูกจับกุมที่บ้านเทอร์เรซย่าน Surry Hills ตำรวจได้ปล่อยตัวเมื่อวานนี้ที่ 6 สิงหาคมหลังจากครบกำหนดกักขังเป็นเวลา 7 วัน

นาย Khaled Merhi ขึ้นรถตำรวจในวันปล่อยตัวหลังจากตำรวจไม่สามารถหาหลักฐามมัดตัวเขาภายในเวลา 7 วัน : ภาพจากสำนักข่าว APP

หน่วยงานความมั่นคงกล่าวถึงแผนการครั้งนี้ว่า “เป็นหนึ่งในแผนที่แยบยลและแนบเนียนที่สุด” ในความพยายามก่อการร้ายในประเทศออสเตรเลียที่เข้าใกล้จุด “หายนะ” และเป็นแผนการระเบิดเครื่องบินครั้งใหญ่ที่สุดนับจากเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาโดยมีผู้เสียชีวิต 2,996 คน

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงตัดสินใจนำมาตรการตรวจเข้มกับสนามบินภายในประเทศอยู่ในระดับเดียวกับสนามบินนานาชาติของประเทศ

อย่างไรก็ตามมาตรการใหม่ที่นำมาใช้จะส่งผลให้ราคาค่าโดยสารการบินภายในประเทศสูงขึ้น แต่ก็ถือเป็นความจำเป็นในช่วงที่ออสเตรเลียอยู่ในเป้าหมายการก่อการร้ายที่สั่งการจากภายนอกประเทศ

ผู้โดยสารเข้าคิวยาวที่สนามบินในนครแอดิเลด : ภาพจาก news.com.au

หมายเหตุ ท่านสามารถอ่านข่าวเกี่ยวเนื่องกับคดี 4 ผู้ต้องสงสัยวางแผนระเบิดเครื่องบินได้โดยกดคลิกที่ “คดีระเบิดเครื่องบิน 29 ก.ค. 2017” ที่ Tags ท้ายข่าวนี้

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: