อิมฯพลาดอีกแล้ว จับผู้ถือสัญชาติจิงโจ้ เข้าศูนย์กักกันผู้อยู่ไม่ถูกต้อง

ศูนย์กักกันผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายบนเกาะ Christmas ที่หนึ่งในสองผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียถูกกักขังโดยความผิดพลาด : ภาพจาก news.com.au

6 ก.ค. 2017 กระทรวงการเข้าเมืองและป้องกันพรมแดนได้จับผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียสองคนเข้าศูนย์กักกันผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยหนึ่งในสองคนถูกส่งไปกักกันบนเกาะ Christmas Island

ผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียหนึ่งในสองคนเป็นผู้อพยพมาจากประเทศนิวซีแลนด์ถูกเจ้าหน้าที่กระทรวงการเข้าเมืองไปดักรอต้อนรับถึงที่หน้าเรือนจำหลังจากที่เขาถูกปล่อยตัวออกจากกรงขังในคดีอาชญากรรมร้ายแรง แล้วนำไปกักขังต่อที่ศูนย์กักกันผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย

โฆษกของกระทรวงการเข้าเมืองกล่าวว่า ทั้งสองรายซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกันได้ถูกกักกันที่ศูนย์ หลังจากวีซ่าของพวกเขาถูกยกเลิกตามกฎข้อบังคับภายใต้มาตรา 501 ของกฎหมายการเข้าเมืองปี 1958

แต่หลังจากกระทรวงพบว่า ทั้งสองถือสัญชาติออสเตรเลียควบคู่กับสัญชาติอื่น จึงได้รีบดำเนินการปล่อยตัวทั้งสองออกมาจากศูนย์กักกันทันที

และได้สั่งให้มีการสอบสวนและทวบทวนความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมหามาตรการตรวจสอบที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก

ภายใต้กฎหมายการเข้าเมืองมาตรา 501 ผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติออสเตรเลียจะถูกยกเลิกวีซ่าเข้าเมืองถ้าพวกเขาถูกจำคุกเต็มเวลาเกินกว่า 12 เดือนต่อการกระทำผิดในประเทศออสเตรเลีย หรือถูกพบว่าถูกตัดสินมีความผิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับเด็ก

เป็นที่เข้าใจว่าอดีตนักโทษทั้งสองคนได้ถือสัญชาติออสเตรเลียอยู่แล้วในขณะรับโทษจำคุก และระบบภายในบกพร่องต่อการตรวจพบว่าทั้งสองถือสัญชาติออสเตรเลีย ทำให้เกิดความมผิดพลาดขึ้น

Vivian Solon ผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียแต่อิมฯเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนต่างชาติเลยเนรเทศกลับประเทศฟิลิปปินส์ : ภาพจากสำนักข่าว ABC

คดีนี้ได้ทำให้นึกถึงกรณีของนาง Cornelia Rau และนาง Vivian Solon ผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียที่ถูกจับเข้าศูนย์กักกันในอดีต ซึ่งผู้เคยติดตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทย-ออสนิวส์ในอดีตอาจพอจำกันได้บ้างเพราะเป็นคดีที่ดังมาก

กรณีของนาง Solon ผู้มีความผิดปกติทางจิตและมีปัญหาทางสุขภาพร่างกายถูกจับเข้าสถานกักกันและเนรเทศกลับไปประเทศฟิลิปินส์ในปี 2001 เนื่องจากกระทรวงการเข้าเมืองเชื่อว่าเธอเป็นผู้เข้าเมืองไม่ถูกต้อง

นาง Solon ต้องไปตกระกําลําบากในประเทศฟิลิปปินส์ แม้จะเป็นประเทศบ้านเกิดแต่เธอก็ไม่มีญาติพี่น้องหลงเหลืออยู่เลย   กว่าทางการออสเตรเลียจะรู้ว่าได้ทำผิดพลาดก็ต่อเมื่อญาติของนาง Solon ซึ่งอพยพมาอยู่ออสเตรเลียกันหมดได้เข้าแจ้งความคนหายในเดือนกรกฎาคมปี 2003 และกว่าจะตามตัวเธอกลับมาออสเตรเลียได้ก็ปาเข้าไปเดือนพฤศจิกายนปี 2005

ในเหตุการณ์ครั้งนี้นาง Solon ได้ค่าเสียหายจากรัฐบาลกลางเป็นเงินทั้งสิ้น 4.5 ล้านเหรียญ (ประมาณ 117 ล้านบาท)

นาง Cornelia Rau ถูกจับเข้าสถานกักกัน 10 เดือน : ภาพจาก news.com.au

ส่วนรายของนาง Cornella Rau กลายเป็นคดีโด่งดังทั้งในยุโรปและออสเตรเลีย เธออพยพตามบิดามารดาจากประเทศเยอรมนีมาอยู่อาศัยในออสเตรเลียตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เมื่อโตขึ้นเธอทำงานเป็นแอร์โฮสเตทของสายการบินแควนตัส

จุดหักเหของชีวิตเกิดขึ้นเมื่อเธอได้เข้าร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่ม Kenja Communication เข้าฝึกอบรบให้เข้าใจถึงจิตและวิญญาณเพื่อช่วยในการดำเนินขีวิต แต่เธอได้ถูกขับไล่ออกจากกลุ่มโดยไม่ทราบสาเหตุ พร้อมกับมีอาการทางจิต จนต้องเข้ารับการบำบัดในปี 1998 จากอาการโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) โดยแพทย์เชื่อว่าอาการของเธอเข้าสู่ขั้นโรคจิตอารมณ์สองขั้ว (schizoaffective bipolar ขอภัยชื่อโรคนี้ตั้งขึ้นเอง ท่านผู้ใดทราบว่าคือโรคอะไรโปรดแจ้งให้ทราบด้วยครับ)

ในช่วงระหวางเดือนมกราคม 1999 ถึงเดือนมีนาคม 2004 นาง Rau ได้เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลหลายครั้ง ครั้งหลังสุดเธออยู่ยาวมาถึงวันที่ 17 มีนาคม 2004 แล้วหายตัวไป   โรงพยาบาล Manly Hospital ทางฝั่งเหนือของนครซิดนีย์ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจรัฐนิวเซสท์เวลส์ว่านาง Rau ได้หายไปจากโรงพยาบาล

จะด้วยวิธีอันใดก็ตามนาง Rau ได้เดินทางไปถึงเมือง Laura ทางเหนือของรัฐควีนสแลนด์ในวันที่ 29 มีนาคม 2004 ที่ซึ่งชาวบ้านได้ติดต่อตำรวจท้องที่หลังจากสังเกตพฤติกรรมผิดปกติของเธอที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป

ตำรวจท้องที่จึงนำตัวเธอมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจ ในระหว่างการสอบปากคำนาง Rau ได้พูดเป็นภาษาเยอรมันปนอังกฤษว่าเธอชื่อ Anna Brotmeyer และมีอีกชื่อว่า Anna Schmidt เป็นนักท่องเที่ยวจากเมืองมิวนิคประเทศเยอรมนี

ตำรวจได้ตรวจสอบไปยังกระทรวงการเข้าเมือง ซึ่งได้รับการยืนยันกลับมาว่าไม่มีบุคคลดังกล่าวเข้ามาในประเทศ

ตำรวจได้ไปตามตัวนาง Rau มาสอบปากคำอีก แต่เธอได้เปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งไป จากการขอตรวจค้นสิ่งของมีค่าติดตัวเธอ ตำรวจพบหนังสือเดินทางประเทศนอร์เวย์ในชื่อที่แตกต่างจาก Anna และ Cornella และพบว่าเธอมีเงินสดติดตัวทั้งสิ้น 2,413 เหรียญ

ในวันที่ 2 เมษายน 2004 ตำรวจได้ขับรถพาเธอไปที่สถานกงสุลเยอรมันในเมือง Cairns เจ้าหน้าที่กงสุลได้พูดกับเธอด้วยภาษาเยอรมันโดยไม่ทราบว่านาง Rau พูดภาษาอังกฤษได้ จึงปักใช้เชื่อว่าเธอเป็นชาวเยอรมันที่ตกหล่นอยู่ในออสเตรเลียมาระยะหนึ่ง   และเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ตำรวจเชื่อว่าเธอเป็นชาวต่างชาติที่อยู่ไม่ถูกต้อง จึงจับเข้าศูนย์กักกันของรัฐควีนสแลนด์   และต่อมานาง Rau ถูกย้ายไปอยู่ที่ศูนย์กักกัน Baxter ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย

เรื่องราวความจริงของนาง Rau ถูกเปิดเผยเมื่อหนังสือพิมพ์ The Age ในนครเมลเบิร์นเสนอบทความในหัวขอว่า “หญิงสาวลึกลับที่ Baxter อาจเป็นคนป่วย (ทางจิต)” เขียนโดย Andra Jackson ตีพิมพ์ในฉบับวันที่ 31 มกราคม 2005 และบังเอิญที่เพื่อนสนิทของครอบครัว Rau ได้อ่านบทความดังกล่าว ทำให้ปักใจเชื่อว่า Anna Schmidt ที่ศูนย์กักกันมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นนาง Cornella Rau จึงนำเรื่องดังกล่าวไปบอกครอบครัว Rau

ครอบครัว Rau ได้ติดต่อไปยังตำรวจน.ซ.ว. จากนั้นตำรวจรัฐน.ซ.วได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่กระทรวงการเข้าเมืองที่ศูนย์กักกัน Baxter เพื่อขอภาพถ่ายและรายละเอียดของผู้ที่ใช้ชื่อว่า Anna Schmidt

การหายตัวไปอย่างลึกลับของนาง Rau จึงได้รับการคลี่คลาย

นาง Rau จึงได้รับการปล่อยตัวออกจากศูนย์กักกัน Baxter ในตอนเช้าของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาล Glenside Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยโรคจิตที่ Port Augusta รวมเวลาที่เธอถูกกักกันอยู่ในศูนย์กักกันอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย 10 เดือน โดยเธอได้รับค่าเสียหายเป็นเงิน 2.6 ล้านเหรียญ        #สำหรับในกรณีของผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียที่ถูกจับเข้าศูนย์กักกันสองรายล่าสุด นาย George Newhouse นักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน, อาจารย์กฎหมายมหาวิทยาลัยแมคควอรี่และสข.เทศบาลเขต Waverly ในนครซิดนีย์จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้กับทั้งสองในเรื่องของเงินชดเชยค่าเสียหาย

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: