อนุญาโตตุลาการตัดสินล้มคำสั่ง อิมฯเนรเทศไอ้โจรห้าร้อยกลับกีวี

นาย Peter Dutton ร.มว.อิมฯเจอปัญหาหนัก หลังคณะอนุญาโตตุลาการ AAT กลับคำสั่งเนรเทศนาย Carl Stafford กลับประเทศนิวซีแลนด์ : ภาพจากสำนักข่าว BBC

10 เม.ย. 2017 นักโทษคดีข่มขืนผู้มีประวัติก่ออาชญากรรมกว่า 500 คดี (โจร 500) ในช่วงเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมาได้รับการเพิกถอนคำสั่งเนรเทศเขากลับนิวซีแลนด์ หลังจากเขารับปากกับคณะอนุญาโตตุลาการว่า จะไม่ทำชั่วอีก

สื่อมวลชนได้เผยแผ่ข่าวในวันนี้ (10 เมษายน) ว่านาย Carl Stafford ผู้เกิดในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งยอมรับสารภาพผิดด้วยจำนนต่อหลักฐานว่าได้งัดเข้าไปในบ้านของเหยื่อสตรีรายหนึ่ง จากนั้นจึงทำร้ายร่างกายและข่มขืนเธอในระดับรุนแรง ในขณะก่อเหตุเขาอยู่ในระหว่างอุทธรณ์คำสั่งยกเลิกวีซ่าอยู่อาศัยถาวรจากกระทรวงการเข้าเมืองมาตั้งแต่ปี 2013

และล่าสุดคณะอนุญาโตตุลาการรับเรื่องอุทธรณ์ด้านการจัดการ (AAT) ได้ตัดสินยกเลิกคำสั่งเนรเทศ หลังจากนาย Stafford ปัจจุบันวัย 42 ปีสัญญาว่าเขาจะไม่กระทำผิดอาญาอีก

คำตัดสินของ AAT ถือว่าเป็นการพลิกความคาดหมายและช็อกวงการเมืองซึ่งเกิดขึ้นในขณะรัฐบาลกลางเดินนโยบายเต็มตัวในการกวาดล้างอาชญากรชาวนิวซีแลนด์ออกไปจากประเทศ โดยนาย Peter Dutton ร.มว.การเข้าเมืองได้ลงนามคำสั่งเนรเทศชาวนิวซีแลนด์ผู้ต้องคดีอาญาร้ายแรงหลายร้อยคนกลับประเทศ นับตั้งแต่มีการจัดตั้งนโยบายป้องกันชายแดนในเดือนธันวาคมปี 2014

นาย Stafford ยอมรับสารภาพว่าได้ข่มขืนหญิงสาวด้วยการงัดเข้าไปในบ้านของเธอในย่าน St Kilda ทางใต้ของนครเมลเบิร์นในปี 2015 เขาทำร้ายเธอและทำการข่มขืนเธอเป็นเวลาประมาณ 45 นาที ก่อนที่เธอจะใช้ช่วงที่นาย Stafford ไม่ระวังตัวหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน

เขายอมรับสารภาพผิดในคดีนี้ โดยศาลกำหนดตัดสินลงโทษในเดือนมิถุนายน 2017

นาย Stafford มีประวัติก่ออาชญากรรมมาอย่างโชคโชนนับตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เขากระทำผิดทางอาญาในขณะอยู่ในวัยเด็กทั้งสิ้นจำนวน 90 คดี จากนั้นได้กระทำผิดอาญาเพิ่มเติมอีก 275 คดี ก่อนที่จะถูกหมายแจ้งจากกระทรวงการเข้าเมืองว่ามีความประสงค์ที่จะยกเลิกวีซ่าถาวรของเขาในปี 2004 (สมัยนาง Amanda Vanstone เจ้าของฉายารัฐมนตรียุคหิน เป็นร.มว.การเข้าเมือง) หากเขากระทำผิดอีก ซึ่งในขณะนั้นเขามีอายุ 29 ปี

แต่นาย Stafford ไม่สนใจคำขู่ของกระทรวงการเข้าเมือง เขายังก่อคดีอาญาอีก 179 ความผิด แต่กระทรวงก็ไม่กระทำการใด ๆ จนกระทั่งปี 2013 (สมัยนาย Scott Morrison เป็นร.มว.การเข้าเมือง) จึงได้สั่งยกเลิกวีซ่า ทำให้นาย Stafford ได้ยื่นอุทธรณ์เลื่อยมาจนประสบความสำเร็จในที่สุด

ภาพประกอบข่าวนาย Carl Stafford ในนสพ. NZ Herald : ภาพจาก Getty Images

ชัยชนะครั้งนี้ก็เนื่องจากคณะอนุญาโตตุลาการ AAT เห็นด้วยกับทีมกฎหมายของฝ่ายจำเลยว่า ออสเตรเลียสมควรที่จะต้องรับผิดชอบต่อการที่ทำให้นาย Stafford ต้องเป็นอาชญากร แลเชื่อในคำพูดของเขาที่ว่า

“ข้าพเจ้ารู้ว่านี่จะเป็นโอกาสสุดท้าย ข้าพเจ้าอายุมากเกินกว่าที่จะก่อความผิดอีก” และตอนนี้ “ข้าพเจ้ามีที่พักอาศัย, มีงาน, มีผู้ให้คำปรึกษา, มีหญิงคนรัก, ได้รับการดูแลทางสภาพจิตใจ, ถ้าข้าพเจ้าได้โอกาสอยู่ต่อ, ข้าพเจ้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” (ต่อไปเขาน่าจะพูดถึงบุตรชายของเขาซึ่งเขาใช้สรรพนามว่า him) “พ่อที่เลวคนนี้ ไม่ต้องการที่จะสูญเสียเขาไป ข้าพเจ้าต้องการให้เขาภูมิใจในตัวข้าพเจ้า ต่อการกลับตัวเป็นคนดี”

ผู้พิพากษา John Haundley หัวหน้าคณะอนุญาโตตุลาการ AAT ได้กล่าวโทษหน่วยงานสวัสดิการทางสังคมที่ตลอดเวลาไม่ทำหน้าที่ป้องกันจำเลยต่อการก่อคดีอาญาและติดยาเสพติดในช่วงที่เขายังเป็นเด็ก

และเห็นว่าชุมชนออสเตรเลียสมควรแบกรับภาระนี้ จากการที่นาย Stafford ไม่ได้รับการปกป้องให้เขาอยู่ห่างจากการก่ออาชญากรรมและยาเสพติด

คณะอนุญาโตตุลาการ AAT พิจารณาเห็นว่า นาย Stafford ผู้ซึ่งติดยาเสพติดไม่มีญาติมิตรอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ เขาเดินทางมาออสเตรเลียกับมารดาซึ่งมีอาชีพเป็นโสเภณีในปลายทศวรรษที่ 1970s ในขณะที่เขาอายุ 3 ขวบ เขาอยู่อาศัยภายในบ้าน ซึ่งผู้เป็นมารดาใช้เป็นที่ทำงานและให้บริการลูกค้า ซึ่งสภาพเป็นอยู่ของเขาไม่ได้อยู่ในความสนใจของหน่วยงานทางด้านสวัสดิการสงเคราะห์

คำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการ AAT ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อนโยบายเข้มแข็งของกระทรวงการเข้าเมือง ที่ต้องการผลักดันชาวต่างชาติที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงออกไปจากประเทศ รวมถึงส่งผลกระทบต่อชุมชนและเหยื่อหญิงสาวที่ถูกนาย Stafford ข่มขืนเป็นรายล่าสุด

ทางด้านนาง Jessica Tuckwell โฆษกของคณะอนุญาโตตุลาการ AAT ออกมาให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า คณะอนุญาโตตุลาการ AAT เป็นองค์กรผดุงความยุติธรรมอิสระทำหน้าที่ทบทวนการตัดสินใจของรัฐบาลบนหลักของความยุติธรรม ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาและตัดสินคดีบนพื้นฐานของหลักฐานก่อนหน้านี้ (เขาใช้คำว่า the evidence before it หากตีภาษากฎหมายเป็นภาษาคนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยครับ)

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: