สองผัวเมียฟิจิดึงดันไม่กลับประเทศ หลังมาฮอลิเดย์แดนจิงโจ้นาน 17 ปี

ครอบครัว Prasad ต้องการอยู่ออสเตรเลีย : ภาพชั่วคราวจากนสพ. Daily Telegraph

3 เม.ย. 2017 สองหนุ่มสาวเดินทางจากฟิจิเข้ามาท่องเที่ยวในออสเตรเลียเมื่อครั้งนครซิดนีย์เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกปี 2000 ในช่วง 17 ปีที่ผ่านมาพวกเขาสร้างครอบครัวจนมีบุตรด้วยกัน 3 คน และไม่ยอมเดินทางกลับประเทศ

ถึงวันนี้นาย Jitend และนาง Joytika Prasad ยังคงยืนกรานที่จะไม่เดินทางกลับบ้านเกิด แม้ว่าศาลยุติธรรมและคณะอนุญาโตตุลาการจะปฏิเสธการยื่นอุทธรณ์ขออยู่อาศัยในฐานะผู้ขอลี้ภัยมาหลายต่อหลายครั้งแล้วก็ตาม

ทั้งสองอ้างถึงอันตรายต่อชีวิตหากถูกส่งตัวกลับประเทศฟิจิ และทุกครั้งที่พวกเขาต่อสู้คดีก็ได้ใช้เงินภาษีของประชาชนมาตลอดถึงวันนี้มีมูลค่ารวมกันเป็นเงินมหาศาล

นับจากนี้ไปครอบครัว Prasad ได้หาช่องทางใหม่ในการยึดเวลาอยู่อาศัยในออสเตรเลียด้วยการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (HRC) ซึ่งรับเรื่องร้องเรียนของพวกเขาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงการเข้าเมือง 5 คนจากรัฐบาลทั้งสองพรรคใหญ่ปฏิเสธที่จะยื่นมือเข้าขัดขวางกระบวนการพิจารณาคดีมาตลอด 17 ปี

นายและนาง Prasad เดินทางเข้ามาในออสเตรเลียในเดือนมิถุนายน 2000 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ในเดือนกันยายน 2000 ทั้งสองได้ยื่นขอวีซ่าคุ้มครอง โดยอ้างว่าพวกเขาจะมีอันตรายหากถูกส่งกลับไปประเทศฟิจิ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในฟิจิ ทำให้นาย Mahendra Chaudhry นายกรัฐมนตรีผู้มีเชื้อสายอินเดียเช่นเดียวกับพวกเขาถูกบังคับให้ลงจากตำแหน่ง

แต่กระทรวงการเข้าเมืองพิจารณาแล้วพบว่าไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่ทั้งสองจะมีอันตรายหากถูกส่งตัวกลับประเทศเดิม จึงปฏิเสธการออกวีซ่าคุ้มครอง

นับจากนั้นมาทั้งสองได้ยื่นอุทธรณ์จำนวนหลายครั้ง และทุกครั้งได้รับการปฏิเสธมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นศาลสหพันธ์กลาง, ศาลแขวงสหพันธ์กลาง, คณะอนุญาตุลาการพิจารณาคำร้องด้านผู้ขอลี้ภัย (RRT) และล่าสุดคณะอนุญาโตตุลาการรับเรื่องอุทธรณ์ด้านการจัดการ (AAT) ต่างเห็นตามคำตัดสินเดิม ๆ ว่าทั้งสองไม่มีความเสี่ยงใด ๆ หากถูกส่งกลับไปฟิจิ

ครอบครัว Prasad ที่บ้านทางตะวันออกของนครซิดนีย์ : ภาพชั่วคราวจากนสพ. SMH

ในช่วง 17 ปีที่อยู่ในออสเตรเลียนายและนาง Prasad ได้มีบุตรด้วยกันสามคน สองในสามคือด.ญ. Jasmita วัย 15 ปีและด.ช. Jasneel วัย 12 ปีได้ถือสัญชาติออสเตรเลียในขณะที่ด.ช. Jashwin วัย 3 ขวบ ยังไม่ได้สัญชาติ (ภายใต้กฎหมายเดิมบุตรของชาวต่างชาติที่เกิดในออสเตรเลียจะได้สัญชาติออสเตรเลีย แต่กฎหมายปัจจุบันไม่รองรับสัญชาติอีกต่อไป)

จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อไม่นานมานี้ด.ญ. Jasmita ซึ่งศึกษาอยู่ที่โรงเรียน Randwick Girls’ High ทางตะวันออกของนครซิดนีย์บอกว่าเธอใฝ่ฝันอยากเป็นหมอ ส่วนด.ช. Jasneel น้องชายซึ่งศึกษาที่โรงเรียน Mascot Public ก็ใฝ่ฝันอยากเป็นหมอเช่นกัน และตอกย้ำว่า เธอและน้องชายเป็นคนออสเตรเลียไม่ใช่ฟิจิ

นายและนาง Prasad ยังไม่ยอมจำนนเพียงเท่านี้ นอกจากดึงสื่อมวลชนเข้ามาช่วยแล้วในวันศุกที่ 31 มีนาคม ตัวแทนเอเยนซี่การเข้าเมืองของทั้งสองได้ทำหนังสือขอให้รัฐมนตรีการเข้าเมืองยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้ง แบบแถลงให้สื่อได้รับรู้

ตัวแทนเอเยนซี่กล่าวว่า การที่สื่อมวลชนออกมาให้การสนับสนุนความพยายามอยู่อาศัยในออสเตรเลียของครอบครัว Prasad ได้ทำลายชื่อเสียงของครอบครัว Prasad ในฟิจิ ที่อาจก่อความเสี่ยงให้กับครอบครัว

เอเยนซีปฏิเสธว่าฝ่ายของพวกเขาไม่ได้ละเมิดต่อระบบกฎหมายการเข้าเมืองใด ๆ และหากถูกส่งกลับ “พวกเขาจะไม่มีญาติมิตรให้ความช่วยเหลือ, ไม่มีเงินในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และที่สำคัญก็คือจะมีเด็กถือสัญชาติออสเตรเลียสองคนไปอยู่ที่นั่น”

ในออสเตรเลียเช่นกัน ครอบครัว Prasad ต้องอาศัยเงินช่วยเหลือจากญาติมิตร โดยทั้งสองไม่สามารถพึ่งพาเงินสวัสดิการสังคม แม้กระทั่ง Jasmita กับ Jasneel ก็ไม่สามารถเข้าใช้ระบบสวัสดิการเมดิแคร์ได้แม้ว่าทั้งสองจะถือสัญชาติออสเตรเลีย เพราะติดปัญหาอยู่ที่ผู้ปกครองไม่ได้ถือสัญชาติออสเตรเลีย

ทางด้านโฆษกหญิงของกระทรวงการเข้าเมืองกล่าวว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนมิได้แจ้งให้รัฐบาลกลางรับทราบถึงการรับเรื่องร้องเรียนของครอบครัว Prasad จนกระทั่งกระทรวงทราบเรื่องจากสื่อมวลชน

กระทรวงจะไม่อดทนต่อผู้ที่บ่อนทำลายระบบวีซ่าของออสเตรเลีย และรัฐมนตรีผู้มีอำนาจจะเข้าสอดแทรกเฉพาะในกรณีที่มีความสมเหตุผลเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีไม่มากนัก

หมายเหตุ ข่าวนี้สื่อมวลชนในออสเตรเลียฝ่ายหนึ่งเสนอข่าวแบบค่อนข้างสนับสนุนกฎหมายคุมเข้มของรัฐบาลกลาง สื่อมวลชนอีกฝ่ายหนึ่งแสดงท่าทีสนับสนุนครอบครัว Prasad จิงโจ้นิวส์จึงเอาข่าวจากทั้งสองฝ่ายมายำรวมกันแล้วนำเสนอในแนวเดินสายกลางครับ

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: