คดีแม่จอมโหดฆ่าลูก พ่อถือโอกาสขอเงินบริจาคค่าเดินทางมางานศพลูก

ศาลท้องถิ่น Deniliquin : ภาพจากนสพ. SMH

7 มี.ค. 2017 คดีสตรีวัย 27 ปีถูกกล่าวหาพยายามฆ่าบุตรชายสองคนด้วยการจับกดน้ำให้ตาย จนกลายเป็นข่าวสะเทือนขวัญชาวออสซี่ในระยะนี้ บัดนี้มีข่าวเพิ่มเติมว่า ตำรวจได้พบศพเด็กชายวัย 5 ขวบแล้ว

ตามที่จิงโจ้เสนอข่าวในหัวข้อ “เด็กจมน้ำหาย  แม่ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า หมากลายเป็นผู้ช่วยชีวิต” ลงวันที่ 4 มีนาคม 2017 จากนั้นในเวลา 11.35 น.ของวันเสาร์ที่ 4 มีนาคมนั้นเองตำรวจได้พบศพของเด็กชายวัย 5 ขวบที่แม่น้ำ Murray River ใกล้เมือง Moama ทางใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่เกิดเหตุ ในขณะที่พี่ชายวัย 9 ขวบยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในอาการขั้นวิกฤติ

ตำรวจกล่าวหาว่าผู้เป็นมารดาได้พยายามสังหารบุตรชายทั้งสองของเธอด้วยการจับศีรษะกดน้ำในแม่น้ำ แต่ผู้เป็นพี่ชายได้ขัดขืนแล้ววิ่งหนีตายออกมาได้

ต่อมาผู้เป็นพี่ชายวัย 9 ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสุนัขชื่อ Buddy ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ กัดจนได้รับบาดเจ็บค่อนข้างร้ายแรง  เขาถูกนำส่งทางอากาศมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเด็ก Royal Children’s Hospital ในนครเมลเบิร์น

ผู้เป็นมารดาวัย 27 ปีปัจจุบันถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำ Junee หลังจากเธอถูกตั้งข้อหาเพิ่มอีกด้วยข้อหาฆ่าบุตรตายโดยเจตนา ในการขึ้นศาลท้องถิ่น Deniliquin เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา  โดยเธอมีกำหนดขึ้นศาลครั้งต่อไปในวัน 2 พฤษภาคม

ทางด้านสุนัข Buddy ได้ถูกเจ้าหน้าที่เทศบาล Murray River จับตัวไปกักขังเพื่อรอการสอบสวน แต่เจ้าของสุนัขได้ขอให้เทศบาลปล่อยตัว Buddy ออกมา  โดยเชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้า Buddy ทำไปเพื่อช่วยชีวิตเด็กชายมากกว่ามีเจตนาจะทำร้าย

แผนที่เส้นทางที่ผู้เป็นแม่ลักพาบุตร 2 คนจากเมือง Deniliquin มายังเมือง Moama เพื่อทำการฆ่าด้วยการกดน้ำที่แม่น้ำ Murray : ภาพจากนสพ. SMH

บุคคลที่เข้ามาเป็นจุดสนใจของคดีนี้อีกคนหนึ่งก็คือผู้เป็นบิดาโดยสายเลือดของเด็กชายทั้งสอง ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐควีนสแลนด์ได้ขอเรี่ยไรเงินบริจาคโดยผ่านเว็บไซท์ GoFundMe ต้องการเงิน 5,000 เหรียญเพื่อเป็นค่าเดินทางมาเยี่ยมบุตรชายคนโตที่ป่วย และร่วมงานศพบุตรชายคนเล็ก แต่เขากลับได้รับการโจมตีทางออนไลน์อย่างหนัก

หลังจากมีการเปิดเผยว่าผู้เป็นบิดาไม่เคยสนใจไยดีบุตรของเขามาเป็นเวลา 6 ปี โดยไม่คิดจะมาเยี่ยมหรือโทรศัพท์คุยกับบุตรทั้งสองนับตั้งแต่อดีตภรรยาของเขาตั้งท้องบุตรชายคนเล็ก

ชายคนหนึ่งให้ความเห็นทางออนไลน์ตำหนิเขาว่า “เป็นพ่อที่น่าอัปยศที่สุด” “ผมจะไม่บริจาคเงินให้คุณ คุณไม่เคยสนใจที่จะเห็นลูกของคุณเมื่อเขายังมีชีวิต แต่ตอนนี้คุณต้องการเงิน 5,000 เหรียญ เพื่อมาและบอกลาลูกของคุณ”

“เด็กน้อยผู้น่าสงสารต้องการพ่อเมื่อเขามีชีวิต…เพื่อให้เกียรติกับผู้ตาย โปรดอยู่ไกลจากลูกของคุณและอยู่ไกลจากงานศพของเขา และสำหรับลูกของคุณที่โรงพยาบาล คุณเคยมาหาเขากี่ครั้ง? รู้สึกว่าจะไม่เคยเลยสักครั้งเดียว คุณเป็นพ่อที่น่าอัปยศที่สุด”

สตรีคนหนึ่งตราหน้าเขาว่า “ชั่วช้าที่สุด” “คุณอาจจะถูกเรียกชื่ออื่น ๆ แต่ไม่มีคำว่า ‘พ่อ’ ในจำนวนนั้น คุณไม่เคยยอมรับเด็กสองคน (ว่าเป็นลูก)  จนกระทั่งพวกเขากลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง คุณเป็นบุคคลที่เลวที่สุด”

ผู้ให้ความเห็นหลายคนกล่าวว่า พวกเขายินดีที่จะบริจาคเงินให้กับผู้เป็นยายของเด็ก ผู้ซึ่งดูแลเด็กทั้งสองมาเป็นเวลากว่า 18 เดือน ก่อนที่บุตรสาวของเธอ (แม่ของเด็ก) จะแอบมาลักพาเด็กทั้งสองไปจากบ้านของผู้เป็นยายที่เมือง Deniliquin เพื่อนำไปสังหารที่เมือง Moama ห่างลงไปทางใต้ 77 กม.

นอกจากนั้นองค์กร Red Heart Campaign ซึ่งให้คำปรึกษาและดูแลในด้านการใช้ความรุนแรงภายในครอบครัวและการทารุณกรรมเด็กได้แถลงผ่านเฟสบุ๊คของตน ด้วยการแนะนำให้ประชาชนคิดให้ดีก่อนตัดสินใจบริจาคเงิน

เฟสบุ๊คของ Red Heart Campaign กล่าวว่า “การเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศออสเตรเลียไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายถึง 5,000 เหรียญ  เรารู้ว่าค่าใช้จ่ายงานศพของเด็กน้อยมีรัฐบาลรัฐน.ซ.ว.หรือจากโครงการ  Share The Dignity’s Because We Care เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย  ผู้เป็นพ่อไม่ได้แจงว่าเงิน (ส่วนที่เหลือ) จะนำไปสนับสนุนพี่ชายของเหยื่อ เราจะรู้สึกสบายใจขึ้นถ้าประชาชนผู้บริจาคจะสละเงินเพื่อผู้ดูแลเด็กอย่างถูกต้องตามกฎหมาย” “เราขอแนะให้ทุกคนคิดให้ดีก่อนบริจาค”

การออกมาให้ความเห็นต่อต้าน ทำให้เงินบริจาค GoFundMe ให้กับผู้เป็นบิดามียอดน้อยมากโดยยอด ณ วันที่ 5 มีนาคมมีเพียง 850 เหรียญเท่านั้น

เจ้าหน้าที่กำลังนำศพของเด็กชายวัย 5 ขวบขึ้นจากน้ำ : ภาพชั่วคราวจากนสพ. The Age

สำหรับผู้เป็นมารดาวัย 27 ปีก็ไม่ใช่ย่อย เธอถูกผู้เป็นมารดาและเป็นยายของเด็กขออำนาจศาลออกคำสั่งหยุดการกระทำใด ๆ ที่สงสัยว่าจะเป็นการใช้ความรุนแรง (AVO) เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา และเมื่อไม่นานมานี้เธอ (ผู้เป็นยายของเด็ก) ได้แจ้งต่อตำรวจรัฐน.ซ.ว., กระทรวงบริการครอบครัวและชุมชน (FACS) และสำนักงานทัณฑสถานรัฐน.ซ.ว.เกียวกับอาการทางจิตของเธอ (สตรีวัย 27 ปี) กำเริบขึ้นอีก ที่จะเป็นอันตรายต่อเธอ (ผู้เป็นยายของเด็ก) และหลานยายของเธอ แต่การร้องเรียนของเธอไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีจากหน่วยงานดังกล่าว

ในวันนี้ (7 มีนาคม 2017) นาง Gladys Berejiklian นายกรัฐมนตรีรัฐน.ซ.ว.ได้สั่งให้มีการสอบสวนถึงการปฏิบัติงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะหากหน่วยงานเหล่านี้สนองตอบคำร้องของผู้เป็นยาย เหตุโศกนาฏกรรมก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น

หมายเหตุ จิงโจ้นิวส์อยู่ในระหว่างเดินทาง ช่วงนี้การเสนอข่าวอาจหายไปบ้างแต่จะพยายามรายงานเท่าที่จะทำได้   

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: