Trump ขอบคุณ Mal “จริงใจ” ชื่นชมนายกฯลูกผู้ชายในเรื่องพูดส่วนตัว

ประธานาธิบดี Donald Trump พูดโทรศัพท์กับนายกฯ Malcolm Turnbull, คนกลางคือนาย Michael T. Flynn ที่ปรึกษาทางด้านความมั่นคง และคนที่อยู่ขวาสุดคือนาย Steve Bannon หัวหน้าที่ปรึกษาและผู้วางกลยุทธของปธ.ผู้อยู่เบื้องหลังการแบน 7 ชาติเข้าประเทศ : ภาพจากสำนักข่าว ABC ต้นฉบับสำนักข่าว AP

ประธานาธิบดี Donald Trump พูดโทรศัพท์กับนายกฯ Malcolm Turnbull, คนกลางคือนาย Michael T. Flynn ที่ปรึกษาทางด้านความมั่นคง และคนที่อยู่ขวาสุดคือนาย Steve Bannon หัวหน้าที่ปรึกษาและผู้วางกลยุทธของปธ.ผู้อยู่เบื้องหลังการแบน 7 ชาติเข้าประเทศ : ภาพจากสำนักข่าว ABC ต้นฉบับสำนักข่าว AP

4 ก.พ. 2017 หลังจากกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกถึงกรณีนาย Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐปฏิเสธการรับผู้ลี้ภัยตามที่ตกลงไว้กับรัฐบาลชุดก่อน พร้อมกับพูดว่าเป็นการสนทนาที่แย่ที่สุด ในวันนี้นาย Trump ลดความร้อนแรงด้วยการออกมากล่าวว่า ข่าวที่ออกไปไม่เป็นความจริง

นาย Trump ได้เขียนลงทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อคืนวานนี้ว่า “ขอบคุณ” นาย Malcolm Turnbull และชื่นชมนายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียต่อการ “พูดความจริงเกี่ยวกับการสนทนาแบบคนกันเองอย่างมาก ๆ ของเรา” (เขาใช้คำว่า civil conversation ฝรั่งยังถามกันให้แซดถึงความหมายที่แท้จริงคืออะไร เห็นที่ต้องรอให้เขาบัญญัติศัพท์อีกสักนิด) ซึ่งนาย Trump หมายถึงการพูดทางโทรศัพท์ถึงข้อตกลงรับผู้ลี้ภัยระหว่างสองผู้นำ

แต่มากลายเป็นเรื่องใหญ่โตเมื่อ เนื้อหาการเจรจาดังกล่าวได้รั่วไหลไปสู่นาย Philip Rucker นักข่าวของหนังสือพิมพ์ The Washington Post เมื่อสับดาห์ที่ผ่านมา โดยเชื่อกันว่าบุคคลที่ปล่อยข่าวก็คือหนึ่งในทีมงานระดับซีเนียร์ในทำเนียบขาว ด้วยการเสนอข่าวว่านาย Trump มีความเดือดดาลนาย Turnbull หลังจากเขาทวงถามเรื่องคำมั่นในการรับผู้ขอลี้ภัยตามที่ตกลงกันไว้ในสมัยรัฐบาลนาย Barack Obama ก่อนที่นาย Trump จะขอตัดการสนทนาแล้ววางสายหลังจากโทรศัพท์คุยกันได้เพียง 25 นาทีเท่านั้น

หลังจากข่าวได้กระจายไปทั่วโลก นาย Turnbull ยังคงออกมายืนยันว่าเป็นการเจรจาอย่าง “จริงใจและตรงไปตรงมา” (frank and forthright) และเป็นไปอย่างมิตรภาพ แม้นาย Trump จะบ่นว่าเป็นคู่สนทนาที่แย่ที่สุดของวันนั้นในจำนวนที่เขาเจรจากับผู้นำประเทศรายอื่นอีก 4 ชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้นำจากรัสเซีย, ญี่ปุ่น, เยอรมนี และฝรั่งเศส

เมื่อวานนี้นาย Turnbull กล่าวว่า “ผมเข้าใจนาย Trump ดี” แต่ได้ทิ้งทายว่า “ผมเป็นนักธุรกิจ เขาก็เป็นนักธุรกิจ ข้อตกลงก็คือข้อตกลง”

อย่างไรก็ตามความสับสนทั้งหมดน่าจะเกิดจากการขาดการประสานงานที่ดีระหว่างหน่วยงานของสหรัฐเพราะในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สถานทูตสหรัฐ ณ กรุงแคนเบอร่ายังได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าว SBS ยืนยันว่า ประธานาธิบดีสหรัฐจะยังเคารพในข้อตกลงรับผู้ข้อลี้ภัยจากศูนย์กักกันนอกชายฝั่งออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการยืนยันมายังกระทรวงต่างประเทศ (สหรัฐ) จากทำเนียบขาว (“US President Donald Trump will honour a deal to take refugees from Australia’s offshore detention centres” “This was just reconfirmed to the State Department from the White House.”)

เมื่ิอวานนี้ (3 กุมภาพันธ์) นาย Trump ได้กล่าวโทษสื่อมวลชนว่า ได้โกหกในสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างการเจรจาทางโทรศัพท์ เขาได้เขียนลงในทวีตเตอร์ว่า “ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีแห่งออสเตรเลียที่พูดความจริงเกี่ยวกับการสนทนาอย่างเป็นกันเองของเรา (civil conversation), สื่อมวลชนจอมปลอม (FAKE NEWS media) ได้โกหก (ที่ผิดแผก) ไปจากการพูดคุยที่เป็นกันเองอย่างมาก ๆ ของเรา”

นาย Malcolm Turnbull ถูกทดสอบความเป็นผู้นำ โชคยังดีที่ไม่บ้าจี้ตามผู้นำพรรคเลเบอร์และพรรคกรีนส์ที่เสนอแนะว่าแรงมาให้แรงกลับ ทำให้ยังมีช่องทางออมชอมกันได้ : ภาพจาก Sky News

นาย Malcolm Turnbull ถูกทดสอบความเป็นผู้นำ โชคยังดีที่ไม่บ้าจี้ตามผู้นำพรรคเลเบอร์และพรรคกรีนส์ที่เสนอแนะว่าแรงมาให้แรงกลับ ทำให้ยังมีช่องทางออมชอมกันได้ : ภาพจาก Sky News

ความพยายามกลับมาญาติดีเกิดขึ้นหลังจาก เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานของนาย Turnbull คนหนึ่งถูกสั่งพักงาน จากการที่เขาโพสต์ภาพนาย Trump พร้อมกับมีคำว่า “Tuck Frump” ลงในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเขาต้องการสื่อความหมายตรงตัว (หากสลับตัวอักษรตัวใหญ่) ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสามเดือนที่แล้ว แต่เพิ่งมาเปิดเผยเมื่อวานนี้

นสพ. Herald Sun ฉบับเมื่อวานนี้ที่ 3 ก.พ. 2017 พาดหัวว่า "สารจาก Trump ถึง Turnbull ว่า 'Your're Fire!'…" (ไม่ทราบเขาหมายถึงอะไร ขอเดาในที่นี้ว่า "คุณถูกออกจากคู่สนทนา" แล้วก็กระแทกหูโทรศัพท์ใส่)

นสพ. Herald Sun ฉบับเมื่อวานนี้ที่ 3 ก.พ. 2017 พาดหัวว่า “สารจาก Trump ถึง Turnbull ว่า ‘Your’re Fire!’…” (ไม่ทราบเขาหมายถึงอะไร ขอเดาในที่นี้ว่า “คุณถูกออกจากคู่สนทนา” แล้วก็กระแทกหูโทรศัพท์ใส่)

ขอนุญาตย้อนกลับไปถึงมูลเหตุของความขัดแย้งเกิดจากนาย Trump มีความไม่พอใจในข้อตกลงของนาย Barack Obama เมื่อครั้งเป็นประธานาธิบดีได้ตกลงยอมรับผู้ขอลี้ภัยที่ศูนย์กักกันบนเกาะ Manus และ Nauru จำนวน 1,250 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน, อิรัก, ซูดานและซีเรีย ซึ่งเป็นบุคคลจากประเทศที่สหรัฐภายใต้การปกครองของนาย Trump ไม่พึงปรารถนา

ซึ่งก่อนหน้านี้นาย Trump สั่งห้ามชาวมุสลิมจาก 7 ประเทศเดินทางเข้าประเทศเป็นการชั่วคราว บนพื้นฐานของความมั่นคง ประกอบด้วย อิรัก, อิหร่าน, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซีเรียและเคนย่า

The Washington Post ได้อ้างว่า นาย Trump ได้พูดกับนาย Turnbull ตอนหนึ่งว่า “ผมไม่ต้องการคนเหล่านี้” แล้วกล่าวหาออสเตรเลียว่าพยายามจะส่ง “ผู้ลอบวางระเบิดบอสตันรายใหม่” มาให้สหรัฐ ซึ่งเขาหมายถึงเหตุการณ์ที่ผู้ก่อการร้ายสองพี่น้องชาวอเมริกันเชื้อสายเชเชนผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดในระหว่างการแข่งขันวิ่งมาราธอนรายการบอสตันมาราธอนในเดือนเมษายนปี 2013

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: