ครึ่งหนึ่งของ 12,000 ผู้ลี้ภัยซีเรีย-อิรัก เข้ามาตั้งหลักแหล่งเพียงเทศบาลเดียว

นาย Tony Fare ผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย (คนเสื้อเหลือง) กับนาย Clement Meru ผู้จัดการพหุวัฒนธรรมชุมชนของ CORE Community Services และนาย Murshid Amar เจ้าหน้าที่ของ CORE ขณะอยู่ที่ย่าน Cabramatta ของเขตฯ Fairfield : ภาพจากนสพ. The SMH

นาย Tony Fare ผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย (คนเสื้อเหลือง) กับนาย Clement Meru ผู้จัดการพหุวัฒนธรรมชุมชนของ CORE Community Services และนาย Murshid Amar เจ้าหน้าที่ของ CORE ขณะอยู่ที่ย่าน Cabramatta ของเขตฯ Fairfield : ภาพจากนสพ. The SMH

17 ม.ค. 2017 ประมาณครึ่งหนึ่งของการรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียและอีรักตามที่รัฐบาลออสเตรเลียรับปากไว้กับสหประชาชาติ 12,000 คนจะเข้ามาตั้งหลักแหล่งภายในเขตเทศบาลเดียวทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ภายใน 12 เดือนข้างหน้า

เทศบาลที่ผู้ลี้ภัยหลบหนีการคุกคามของกองกำลังก่อการร้ายรัฐอิสลามหรือ IS หรือ ISIS เลือกเข้ามาตั้งหลักแหล่งก็คือเทศบาล Fairfield ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา (2016) รับผู้ลี้ภัยจากซีเรียและอิรักเรียบร้อยแล้วประมาณ 3,000 คน ทำให้ในปีที่ผ่านมาเทศบาล Fairfield รับผู้ลี้ภัยเข้ามาตั้งหลักแหล่งภายใต้เงื่อนไขด้านมนุษยธรรมเป็นจำนวนสามเท่าของการรับปกติ

นาย Stephen Bali ประธานองค์กรเทศบาลภูมิภาคตะวันตก (WSROC) และเป็นเทศมนตรีของเทศบาลเขต Blacktown กล่าวว่าเทศบาลท้องถิ่นจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนในทุกด้านจากรัฐบาลกลางและรัฐบาลรัฐเพื่อสามารถรองรับกับจำนวนผู้ลี้ภัยและเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบทางด้านความเชื่อมติดทางสังคม (social cohesion )

เขากล่าวว่า เขตเทศบาลทางซิดนีย์ตะวันตกถือเป็นพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียและอิรักมากที่สุดในประเทศ โดยเทศบาล Fairfield รองรับเอาผู้ลี้ภัย 75% ของผู้ลี้ภัยที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ซิดนีย์ตะวันตก ตามด้วยเขตเทศบาลเขต Liverpool 14%

ในระหว่างเดือนกรกฎาคม 2015 ถึงเดือนมกราคม 2017 มีผู้พลัดถิ่นจากสงครามกลางเมืองในซีเรียและอิรักเข้ามาในออสเตรเลียเป็นจำนวนทั้งสิ้น 15,897 คน (ในจำนวนนี้ 9,155 คนเป็นการรับเพิ่มเติมตามที่นาย Tony Abbott นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ประกาศไว้ในเดือนกันยายน 2015 หลังจากถูกกดดันจากนานาชาติ)

ตารางแสดงเทศบาลท้องถิ่น 10 เขตทั่วประเทศที่รับผู้ขอลี้ภัยเขาตั้งหลักแหล่งภายใต้เงื่อนไขเพื่อมนุษยธรรมถึงเดือนมกราคม 2017 มีดังนี้

2017-01-17-refugees2

การรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียและอิรักเข้ามาจะเพิ่มจาก 13,750 คนเป็น 1,6250 คนภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2017 และเป็น 17,750 คนภายในปี 2017

เขตฯ Fairfield ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ เพียงใช้เวลาขับรถ 2 ชั่วโมงจากใจกลางนครซิดนีย์ ในปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นของคนเชื้อสายอิรัก, อัสซีเรีย, จีน, เวียดนาม และเลบานอน นอกจากนั้นยังเป็นพื้นที่ที่มีชาวลาว, เขมรและไทยอยู่อาศัยหนาแน่นอีกด้วย

Fairfield มีประชากรในพื้นที่ประมาณ 200,000 คน มีอัตราการว่างงานสูงกว่า 8% เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราวางงานโดยเฉลี่ยของประเทศที่ 5.6%

นาย Tony Fare อดีตผู้อยู่อาศัยในกรุงดามัสกัสเมืองหลวงของประเทศซีเรียกล่าวว่า เขาและ Wafee ภรรยาพร้อมบุตรสองคนได้ลี้ภัยเข้ามาตั้งหลักแหล่งที่เขตฯ Fairfield เมื่อต้นปี 2016 ที่ผ่านมา

เขากล่าวว่า Fairfield เป็นเขตที่น่าอยู่ ทุกคนเป็นมิตร โดยขณะนี้เขาและภรรยายังคงเข้าเรียนภาษาอังกฤษภายใต้โครงการของรัฐบาล   ส่วน Joseph บุตรชายคนโตวัย 30 ปีได้เข้าเรียนเพื่อเป็นผู้ควบคุมการจราจร ในขณะที่ Fadi บุตรสาววัย 18 ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นไฮสกูล

ทางด้านนาย Clement Meru ผู้จัดการพหุวัฒนธรรมชุมชนของ CORE Community Services (องค์กรไม่หวังผลกำไรเพื่อให้บริการแก่คนในชุมชนพหุวัฒนธรรม แรกทีเดียวมีชื่อว่า Cabramatta Community Centre ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบันและขยายการให้บริการทั่วพื้นที่ซิดนีย์ตะวันตกเฉียงใต้ โดยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลาง) กล่าวว่า การรับผู้ลี้ภัยและผู้อพยพเข้ามาในพื้นที่เป็นการนำแต่สิ่งดี ๆ มาให้แก่ผู้เข้ามาใหม่และผู้อยู่อาศัยเดิม

จากข้อมูลการปรับปรุงงบประมาณปี 2015-16 ล่าสุด รัฐบาลกลางได้จัดสรรงบประมาณ 638.1 ล้านเหรียญเป็นเวลา 4 ปีในการสนับสนุนเพิ่มเติ่มแก่ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียและอิรักที่เข้ามาอยู่ในออสเตรเลีย

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: