ออสซี่ค.ศ.ใหม่เปลี่ยนสไตล์การกิน หันหลังฟาสต์ฟูดมาเป็นคาเฟ่เพื่อสุขภาพ

อาหารฟาสต์ฟูดยิ่งนับวันคนรุ่น millennials ที่มีอัฐมากขึ้นก็ยิ่งหันหลังให้แล้วไปกินอาหารเพื่อสุขภาพจากร้านคาเฟ่แทน : ภาพจาก mirror.co.uk

อาหารฟาสต์ฟูดยิ่งนับวันคนรุ่น millennials ที่มีอัฐมากขึ้นก็ยิ่งหันหลังให้แล้วไปกินอาหารเพื่อสุขภาพจากร้านคาเฟ่แทน : ภาพจาก mirror.co.uk

1 ม.ค. 2017 วัยรุ่นออสซี่เปลี่ยนพฤติกรรมจากการรับประทานอาหารฟาสต์ฟูดขวัญใจคนยากอย่าง McDonald’s และ KFC หันมาเลือกกินอาหารตามคาเฟ่แทน อันเป็นไปตามการเปลี่ยนวัฒนธรรมการรับประทานเพื่อการโภชนาการล่าสุด (foodie culture)

จากรายงานผลการวิจัยของ Roy Morgan Research พบสัดส่วนของลูกค้าเข้าไปรับประทานที่ร้าน McDonald’s อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาได้ลดลงอย่างมากในคนรุ่นเจเนอเรชั่น Z (คนที่อายุต่ำกว่า 25 ปีลงมา) จาก 40% ลดลงเหลือ 36%, ในขณะที่ร้าน KFC ลดลงอย่างมากกับคนรุ่นเจเนอเรชั่น Y (อายุระหว่าง 26 ถึง 40 ปี) คือลดลงจาก 27.2% ลงมาอยู่ที่ 23.9%

อย่างไรก็ตามการวิจัยกลับพบว่าคนรุ่นเจเนอเรชั่น Y เริ่มหันเข้าเป็นลูกค้าอาหารประเภทแฮมเบอร์เกอร์เชิงสุขภาพ (ที่ไม่ใช่ McDonald’s หรือ Hungry Jacks) เพิ่มขึ้นจาก 4.7% เป็น 6.4% ส่อให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้เพิ่มความพึงพอใจในร้านเบอร์เกอร์ขนาดเล็ก มากกว่าร้านเบอร์เกอร์ในเครือลูกโซ่ หรือคนรุ่น Y ได้เดินตามแนวการโภชนาการล่าสุด (hipsterised) ต่อร้านอาหารในเครือลูกโซ่

นาย Noman Moris ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารด้านอุตสหกรรมของ Roy Morgan Research กล่าวว่า ร้านอาหารฟาสต์ฟูตเครือลูกโซ่ทราบปัญหาดี พวกเขาไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ปรับปรุงแก้ไขด้วยการเสนอทางเลือกใหม่ ๆ ในเมนูอาหารและสลัดมากขึ้น

แต่กระแสวัฒนธรรม “ฟูดดี้” ของคนออสเตรเลียกลับเพิ่มมากขึ้นด้วยการเปลี่ยนจากการรับประทานอาหารขยะ (junk food) แล้วหันไปสู่อาหารเพื่อสุขภาพและมังสวิรัติมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารฟาสต์ฟูดโดยตรง

หรือว่ากันตรง ๆ ก็คือแนวโน้มในกลุ่มคน millennials (กลุ่มคนหลังรุ่นเจเนอเรชั่น X แต่โดยมากหมายถึงกลุ่มเจเนอเรชั่น Y) เป็นพวกฮิปสเตอร์ตามกระแสการโภชนาการที่ไม่ควรมองข้ามไป

อาหารเมนูหนึ่งจากร้าน Cornersmith Café สาขา Marrickville ที่ได้รับการเลือกให้เป็นร้านคาเฟ่ที่ดีที่สุดในซิดนีย์ปี 2016 : ภาพชั่วคราวจาก broadsheet.com.au

อาหารเมนูหนึ่งจากร้าน Cornersmith Café สาขา Marrickville ที่ได้รับการเลือกให้เป็นร้านคาเฟ่ที่ดีที่สุดในซิดนีย์ปี 2016 : ภาพชั่วคราวจาก broadsheet.com.au

จากรายงานล่าสุดของ IBIS ระบุว่า ร้านอาหารประเภทคาเฟ่และคอฟฟี่ช็อปเป็นกลุ่มร้านอาหารที่เติบโตสูงสุดโดยเฉลี่ย 7.2% ต่อปี สามารถทำรายได้ถึงปีละ 6 พันล้านเหรียญและจ้างงาน 72,000 คน

นาย Bernard Salt นักประชากรศาสตร์ผู้ก่อตั้งฝ่ายประชากรศาสตร์ให้กับสำนักงาน KPMG กล่าวว่าวัฒนธรรมคาเฟ่และการกินอาหารบนโต๊ะจัดให้นอกร้าน (al fresco dining) อย่างที่เห็นการดาษดื่นทุกวันนี้ ไม่ใช่มีเฉพาะในตัวเมืองชั้นในอย่างในอดีต แต่ได้เปิดกันเป็นดอกเห็ดตามศูนย์การค้าทุกแห่งในตัวนครหลวง หรือแม้แต่ในเมืองที่ห่างไกลออกไปอย่าง Dubbo หรือ Tamworth หรือ Albury ก็เปิดกันอย่างดาษดื่น

การกินอาหารริมถนนนอกร้านและขวางทางคนเดินกำลังเป็นที่นิยมตามนครหลวงต่าง ๆ ของออสเตรเลีย : ภาพชั่วคราวจาก pinterest.com

การกินอาหารริมถนนนอกร้านและขวางทางคนเดินกำลังเป็นที่นิยมตามนครหลวงต่าง ๆ ของออสเตรเลีย : ภาพชั่วคราวจาก pinterest.com

นาย Salt กล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากปัจจัยร่วมที่รวมถึง ความต้องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น, รายได้พึงรับพึงจ่าย (disposable income) ของคนรุ่น X และรุ่น Y มากขึ้น , อิทธิพลจากต่างประเทศ และการเปลี่ยนวัฒนธรรมการรับประทานเพื่อการโภชนาการล่าสุด

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: