สตรีมุสลิมในชุดบุรกาแพ้คดีฟ้องตำรวจ ทำร้ายร่างกายขณะปฏิบัติการปราบปรามก่อการร้าย

นาง Moutia Elzahed ในขณะมาที่ศาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา : ภาพจาก News.com.au

นาง Moutia Elzahed ในขณะมาที่ศาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา : ภาพจาก News.com.au

16 ธ.ค. 2016 สตรีมุสลิมผู้ซึ่งปฏิเสธการเปิดผ้าคลุมศีรษะขณะขึ้นให้การในศาล ได้แพ้คิดฟ้องตำรวจทำร้ายร่างกายเธอขณะจู่โจมเข้าปราบปรามการก่อการร้ายในบ้านของเธอ นอกจากนี้เธอยังต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายทางกฎหมายประมาณ 100,000 เหรียญอีกด้วย

ในคดีนี้นาง Moutia Elzahed ผู้เป็นภรรยาคนที่สองของนาย Hamdi Alqudsi ชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่ถูกศาลตัดสินจำคุกในความผิดต่อการก่อการร้ายเมื่อสองปีที่ผ่านมา ได้ถูกผู้พิพากษาหญิง Audrey Balla ยกฟ้องเมื่อวานนี้ที่ 15 ธันวาคม

การตัดสินคดีเกิดขึ้นเพียง 6 วันหลังจากนาง Elzahed ปฏิเสธไม่เปิดผ้าคลุมศีรษะเพื่อเปิดเผยใบหน้าในขณะขึ้นให้การต่อหน้าผู้พิพากษาหญิง และยังคงไม่ยอมยืนแสดงความเคารพผู้พิพากษา โดยเธออ้างว่าเธอจะไม่ยืนเคารพผู้ใดยกเว้นแต่พระอัลเลาะห์เท่านั้น ซึ่งเป็นการแสดงความไม่เคารพต่อศาลเป็นครั้งที่สอง ทำให้ผู้พิพากษา Balla โต้ตอบด้วยการไม่รับฟังคำให้การของเธอ

เมื่อวานนี้นาง Elzahed ไม่ได้มาปรากฎตัวที่ศาลแขวงในนครซิดนีย์ เมื่อผู้พิพากษาสั่งยกฟ้องข้อกล่าวหาตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์และตำรวจสอบสวนกลาง (AFP) ทั้ง 6 คดี ที่อ้างว่าตำรวจทำร้ายนาง Elzahed ขณะที่หน่วยปราบปรามการก่อการร้าย Operation Appleby บุกเข้าตรวจค้นบ้านของเธอและนาย Alqudsi สามีที่ย่าน Revesby ห่างจากใจกลางนครซิดนีย์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 22 กม.

นาง Elzahed อ้างว่า เธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชกที่ใบหน้าและด่าว่า “bitch” (แปลกันเอาเองครับ) ในขณะที่ตำรวจเข้าจู่โจมมาถึงห้องนอนของเธอในเวลา 4.30 น. ของวันที่ 18 กันยายนปี 2014 โดยดึงผ้าหม่นอนของเธอออก แล้วใช้กำลังบังคับเธอให้เอามือไขว้หลังแล้วใส่กุญแจมือ

ผู้พิพากษาพบว่าโจทก์ซึ่งประกอบด้วยตัวนาง Elzahed สามีของเธอและบุตรอีกสองคนมีหลักฐานไม่เพียงพอในการปรักปรำเจ้าหน้าที่ของทางการ

ในระหว่างคำให้การผู้เป็นสามีและลูกของเธอยืนยันว่า นาง Elzahed บอกพวกเขาว่าถูกตำรวจชกที่ใบหน้า แต่ยอมรับว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในขณะที่เธอถูกตำรวจชก

ผู้พิพากษายังพบคำให้การที่ขัดแย้งกันเอง โดยนาย Alqudsi ให้การว่าเขาเห็นใบหน้าของเธอเป็นผื่นแดงเมื่อเธอถูกนำตัวออกมาจากห้องนอน แต่จากการซักค้านพยานเขากลับเป็นฝ่ายหลุดปากยอมรับออกมาเองว่าไม่ได้เห็นใบหน้าของเธอ เพราะขณะออกจากห้องเธอได้สวมผ้าคลุมนิ-กอบ (niqab ผ้าคลุมศีรษะของสตรีมุสลิมที่อาจเห็นเฉพาะส่วนของนัยตาเท่านั้น หรืออาจไม่เห็นทั้งหมด)

ในขณะที่จำเลยซึ่งเป็นทีมงานตำรวจร่วมระหว่างตำรวจรัฐน.ซ.ว.กับตำรวจ AFP ให้การปฏิเสธ พร้อมมีหลักฐานหนาแน่นและยืนยันว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามแนวที่ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทุกประการ

ผู้พิพากษา Balla ได้สั่งยกฟ้อง ในขณะที่ทีมกฎหมายฝ่ายจำเลยได้ขอให้โจทก์เป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีของฝ่ายตำรวจซึ่งตกราวประมาณ 100,000 เหรียญ

นาง Carnita Matthews ขณะเดินออกจากศาล Campbelltown : ภาพจากนสพ. The Telegraph

นาง Carnita Matthews ขณะเดินออกจากศาล Campbelltown : ภาพจากนสพ. The Telegraph

คดีที่เป็นศูนย์กลางความขัดแย้งในเรื่องการแต่งกายบุรก้า (burqa)

ก่อนหน้านี้เคยเกิดความขัดแย้งในเรื่องการแต่งกายชุดบุรกาของสตรีมุสลิมในระหว่างปี 2010 ถึง 2011 ผู้ที่เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือนาง Carnita Matthews อดีตภรรยาของนาย Hamdi Alqudsi สามีของนาง Elzahed นี่เอง

ในเดือนมิถุยายน 2010 นาง Matthews ถูกตำรวจประจำรถลาดตระเวนเรียกให้จอดข้างทาง เพื่อขอดูใบขับขี่เมื่อตรวจประวัติจากเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วพบว่า เธอมีประวัติขับรถผิดกฎจราจรมาอย่างโชคโชน จนต้องถูกยึดใบขับขี่ และในขณะนั้นเธออยู่ระหว่างการกลับมาเริ่มต้นขบวนการขอใบอนุญาตขับรถใหม่ ขณะถูกจับเธออยู่ในขั้นถือใบอนุญาตขับรถป้าย P

หลังจากนั้นตำรวจได้ออกใบสั่งปรับให้นาง Matthews ซึ่งอยู่ในชุดบุรก้าปิดใบหน้าและเธอปฏิเสธที่จะเปิดผาคลุมออกในระหว่างถูกแจ้งข้อหาขับรถไม่แสดงป้าย P และละเลยไม่ยอมจ่ายค่าปรับความผิดทางกฎจราจรอีกสองครั้ง

แต่นาง Matthews กลับย้อนเล่นงานนายตำรวจผู้นั้นอย่างเจ็บปวด โดยเธอขับรถมาที่โรงพักเข้าแจ้งความกล่าวหาว่านายตำรวจผู้นั้นว่าได้ใช้กำลังกับเธอและพยายามจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเธอออก

นายตำรวจผู้นั้นคงเดือดร้อนเป็นแน่ หากในวันนั้นเขาไม่ได้ขับรถตำรวจที่ติดตั้งกล้องบันทึกวีดีโอ (ปัจจุบันรถตำรวจทุกคันติดระบบวีดีโอหมดแล้ว) จากหลักฐานกล้องถ่ายวีดีโอแสดงให้เห็นชัดว่า นายตำรวจผู้นั้นมิได้แตะต้องส่วนใด ๆ ของนาง Mathews และยังให้เกียรติไม่ได้ขอให้นาง Matthews เปิดผ้าคลุมศีรษะเพื่อเทียบกับภาพถ่ายใบขับขี่ แต่การให้เกียรติเช่นนี้กลับไม่เป็นผลดีในเวลาต่อมา

สำนักงานตำรวจได้สั่งฟ้องกลับนาง Matthews ในข้อหาแจ้งความเท็จ ในปีเดียวกัน (2010) ศาลท้องถิ่นได้ตัดสินให้เธอมีความผิด และสั่งจำคุกเธอเป็นเวลา 6 เดือน แต่เธอได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินและขอประกันตัวออกมา

จนกระทั่งในเดือนมิถุนายนปี 2011 ผู้พิพากษา Clive Jeffrey ได้ตัดสินให้นาง Mathews เป็นฝ่ายชนะคดีอุทธรณ์ตามข้ออ้างของเธอว่า ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่พิสูจน์ว่า สตรีที่อยู่ในชุดบุรก้าในขณะถูกจับและถูกดำเนินคดีคือเธอ

ซึ่งข่าวนี้หนังสือพิมพ์ไทย-ออสนิวส์เคยเสนอข่าวอย่างเกาะติดมาแล้วในอดีต

หมายเหตุ อ่านข่าวเกี่ยวเนื่องกับข่าวของนาง Moutia Elzahed  ได้ด้วยการคลิกที่ “คดีนาง Moutia Elzahed ” ที่ Tags ด้านล่างของข่าวนี้

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: