แก๊สระเบิดที่ฟูดคอร์ทไชน่าทาวน์ จะรุนแรงกว่านี้หากไม่มีคนปิดวาล์ว

นาย  Steve Lau เจ้าของร้านพนมเปญเทคอะเวย์ : ภาพชั่วคราวจากนสพ. The SMH

นาย Steve Lau เจ้าของร้านพนมเปญเทคอะเวย์ : ภาพชั่วคราวจากนสพ. The SMH

4 ธ.ค. 2016 แก๊สระเบิดที่ใจกลางไชน่าทาวน์ย่าน Haymarket ในเขตธุรกิจใจกลางนครซิดนีย์เมื่อตอนค่ำของวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมาจะรุนแรงกว่านี้หากไม่ได้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายหนึ่งช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา

จากการเปิดเผยของนาย Steve Lau เจ้าของร้านอาหารภายใน Dixon House Food Court ถนน Little Hay St. ย่าน Haymarket ซึ่งอยู่ชั้นใต้ระดับถนนของศูนย์การค้า Dixon House กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุพนักงานทำความสะอาดชายคนหนึ่งได้กลิ่นแก๊สรุนแรงในเวลาก่อน 19.40 น.จึงแจ้งให้นาย Khalifa Azrag พนักงานรักษาความปลอดภัยทราบ

นาย Azrag จึงเข้าไปตรวจดูพบว่ามีแก๊สรั่วที่ชั้นใต้ดินใกล้ห้องสูบน้ำ (pump room) ส่งกลิ่นรุนแรงมาก เขาจึงตัดสินใจปิดวาล์วแก๊สตรงจุดที่อยู่ติดกับฟูดคอร์ท

ตอนนั้นเขาได้โทรศัพท์สอบถามฝ่ายจัดการศูนย์การค้าเพื่อหาจุดควบคุมผังพลังงานหลัก ในขณะที่เขาวางโทรศัพท์ลงก็เกิดระเบิดทันที

แรงระเบิดแรงพอที่จะทำให้เศษวัตถุปลิวลอยไปทั่วพื้นที่ชั้นใต้ดิน แรงระเบิดทำให้ประตูเลื่อนหลุดออก โดยมีผู้อยู่ในฟูดคอร์ทได้รับบาดเจ็บ 16 คน

นาย Lau ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน Phnom Penh Takeaway ภายใน Dixon House Food Court มาเป็นเวลา 21 ปีกล่าวว่า ตอนนั้นเขาได้ตะโกนบอกให้ผู้ที่เข้ามากินอาหารภายในฟูดคอร์ทรีบวิ่งหนีออกจากตัวอาคาร แต่ก็โล่งใจเมื่อเขาเห็นไฟลุกแวดเดียวแล้วก็ดับไป โดยมีแต่ควันสีขาวเท่านั้น

เขากล่าวว่า แท้จริงแล้วนาย Azrag ได้ปิดวาล์วก่อนที่จะเกิดระเบิดไม่กี่วินาที มิฉะนั้นอาจแรงระเบิดและไฟคงลุกไหม้ไปทั่วทั้งฟูดคอร์ท

อาคารศูนย์การค้า Dixon ยังคงปิดตายในวันที่ 1 ธันวาคม : ภาพจากนสพ. The SMH

อาคารศูนย์การค้า Dixon ยังคงปิดตายในวันที่ 1 ธันวาคม : ภาพจากนสพ. The SMH

นาย Paul Johnstone ผู้บัญชาการสำนักงานดับเพลิงและช่วยชีวิตรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าวว่า เพลิงไหม้ไม่ได้ลุกลามหลังจากเกิดระเบิด ส่วนหนึ่งเพราะหัวฉีดน้ำอัตโนมัติได้ทำงาน มันได้ช่วยหยุดการเติมเชื้อไฟไว้ได้

ในตอนเช้าของวันพฤหัสฯที่ 1 ธันวาคมนาย Lau และเจ้าของร้านอีกประมาณ 20 คนได้มารวมตัวกันที่หน้าฟูดคอร์ทซึ่งยังมีแถบเทปปิดกั้นห้ามเข้า

ในจำนวนนี้รวมถึงร้านค้าที่อยู่ในอาคาร 5 ชั้นที่รวมถึงร้านขายของชำ, ร้านแฟชั่นเสื้อผ้า, ร้านบริการส่งเอกสาร, คลีนิคแพทย์, ร้านทำผมและเสริมความงาม, ร้านอาหารจีนภายในอาคารต้องถูกปิดตัวไปด้วยในระหว่างประเมินความปลอดภัย

สำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่สามคนยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Royal Prince Alfred และเด็กชายวัย 19 เดือนถูกเปิดเผยชื่อว่าด.ช. Oliver Saeter ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Sydney Children’s Hospital Randwick

หมายเหตุ ข่าวนี้ถูกรายงานออกมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม จิงโจ้นิวส์ชะลอการนำเสนอเพื่อรอรายงานข่าวเพิ่มเติมที่ชัดเจนกว่านี้ แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีข่าวเพิ่มเติมใด ๆ

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: