คดีตัวอย่างด.ญ.15 ปีหย่าขาดพ่อแม่รายแรก บังคับแต่งงานในปากีสถาน

นาย Brad Hazzard ร.มว.บริการชุมชนและครอบครัวของรัฐบาลน.ซ.ว. : ภาพจากนสพ. The Telegraph

นาย Brad Hazzard ร.มว.บริการชุมชนและครอบครัวของรัฐบาลน.ซ.ว. : ภาพจากนสพ. The Telegraph

3 ธ.ค. 2016 เด็กหญิงได้ใช้กลไกลความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการขอหย่าขาดความสัมพันธ์กับมารดาผู้บังเกิดเกล้าและพ่อเลี้ยง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคลุมถุงชนจับแต่งงานกับชายที่ไม่รู้จักในปากีสถาน ได้กลายเป็นคดีตัวอย่างต่อการช่วยเหลือเด็กคนอื่น ๆ ที่ต้องชะตากรรมเดียวกับเธอ

Legal Aid อันเป็นหน่วยงานอิสระให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายโดยค่าใช้จ่ายจากงบประมาณของแผ่นดินกล่าวว่า เด็กหญิงวัย 15 ปีที่เปิดเผยนามได้เพียง Ayesha ถือเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้เยาว์ยื่นฟ้องต่อผู้บังเกิดเกล้าด้วยตัวเอง (ไม่ใช่โดยหน่วยงานอิสระหรือหน่วยงานของรัฐบาล) และประสบความสำเร็จในชั้นศาล

นาย Brad Hazzard ร.มว.บริการชุมชนและครอบครัวของรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าวว่า ความกล้าหาญของเด็กหญิงถือเป็นการเปิดทางสว่างให้เด็กรายอื่น ๆ สามารถหลบเลี่ยงการถูกกระทำที่เลวร้ายจากผู้ปกครอง

มูลเหตุของคดีนี้เริ่มจาก Ayesha ได้เดินทางจากปากีสถานมาอยู่อาศัยกับมารดาและพ่อเลี้ยงของเธอในนครซิดนีย์ ในระหว่างที่มารดาพาบุตรสาวกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด เธอได้บังคับให้ Ayesha แต่งงานกับชายคนหนึ่ง

เมื่อเธอปฏิเสธ ผู้เป็นมารดาได้ทุบตีเธอ ทำการยึดหนังสือเดินทางไว้ไม่ให้กลับออสเตรเลีย และทิ้งให้เธอติดค้างอยู่ในปากีสถาน

ต่อมาเธอได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงาน Legal Aid ในการนำเธอกลับมายังออสเตรเลีย และช่วยให้ได้รับ “คำสั่งคุ้มครอง” เป็นการปกป้องเธอจากการถูกนำตัวออกนอกออสเตรเลียเพื่อไปแต่งงานอีก

แต่ปัญหาทางระบบราชการได้เกิดขึ้น เมื่อกระทรวงบริการชุมชนและครอบครัวปฏิเสธที่จะรับ Ayesha เข้าอยู่ในความดูแล สำนักงาน Legal Aid จึงยื่นเรื่องต่อศาลฎีการัฐน.ซ.ว.ในเดือนมีนาคม 2015 เพื่อขอฟ้องหย่าความเป็นมารดากับบุตร ซึ่งศาลได้เห็นชอบในเวลาต่อมา

จากนั้นกระทรวงบริการชุมชนและครอบครัวจึงยื่นเรื่องต่อศาลครอบครัวเพื่อขอรับ Ayesha ไว้ในความดูแล

กรณีของ Ayesha จึงก่อให้เกิดหน่วยงานของทางราชการที่เกี่ยวข้องเข้าทำการประสานงาน เพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเหตุการณ์ทำนองนี้ให้ดีขึ้นในอนาคต

ตำรวจสอบสวนกลาง (AFP), กระทรวงการเข้าเมืองและสำนักงานคุ้มครองเด็กได้จัดให้มีการเจรจาในระดับสูงถึงวิธีตอบสนองการช่วยเหลือเด็กหญิงผู้เปราะบางจากการถูกบังคับให้แต่งงานโดยพวกเธอไม่ยินยอม และความรู้สึกย่ำแย่ต่อการที่เด็กใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อตัดสัมพันธ์ความเป็นพ่อแม่ลูกกับผู้ให้กำเนิด

คดีนี้ยังได้ถูกหยิบยกขึ้นมาถกกันในที่ประชุมรัฐมนตรีบริการชุมชนของรัฐต่าง ๆ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน

สำหรับ Ayesha ได้ตัดสินใจเดินทางกลับไปอยู่กับบิดาในประเทศปากีสถาน โดยเธอจะกลับมาศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: