ทำงานส่งโฮมก็รวยได้หากรู้จักคิด อย่างหนุ่มวัย 28 ปีตอนนี้มีบ้าน 13 หลังแล้ว

ภาพ นาย Tony Fleming และ Hayley ภรรยาผู้ยืนยันว่าคนมีรายได้น้อยก็สามารถซื้อบ้านเป็นของตนได้ : ภาพชั่วคราวจากสำนักข่าว News Corp

ภาพ นาย Tony Fleming และ Hayley ภรรยาผู้ยืนยันว่าคนมีรายได้น้อยก็สามารถซื้อบ้านเป็นของตนได้ : ภาพชั่วคราวจากสำนักข่าว News Corp

12 ต.ค. 2016 หนุ่มวัย 28 ปีทำงานส่งพิซซ่าตามบ้านกลายเป็นเถ้าแก่น้อยที่สามารถเก็บเงินโดยสุจริตแล้วซื้อที่อยู่อาศัย 13 หลัง ขณะนี้มีชีวิตสุขสบายอยู่ได้ด้วยเงินค่าเช่า

การสร้างความร่ำรวยจากอสังหาริมทรัพย์ยังพอมีช่องทางอยู่สำหรับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย ซึ่งแล้วแต่โอกาสและเนคนิคของตน อย่างกรณีของไม้ซีกขีดเจ้าของคอลัมน์ “ตามใจฉัน” เคยเขียนไว้ในตอน “เดอะแลนด์ลอร์ด ตอน ๒๐ ‘อยู่อย่างออสซี่ ๗’ การลงทุนแบบโง่ ๆ แต่คุ้มค่า” ถึงเทคนิคการลงทุนของเขาว่าต้องลืม negative gearing เพราะมันจะทำให้ผู้ใช้วิธีนี้เป็นหนี้ไปตลอดชาติ แต่ให้ลงทุ่นในอสังหาริมทรัพย์ในทำเลทอง กู้ธนาคารเพียง 70% ของราคาซื้อ แล้วใช้เอเยนต์อสังหาริมทรัพย์ชั้นดีในการหาผู้เช่าและดูแลจัดการให้ทุกอย่าง

ผลที่ตามมาก็คือ ปีแรกเขาผ่อนชำระธนาคารตกเดือนละไม่เกิน 100 เหรียญ ปีที่สองค่าเช่าเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง เงินค่าเช่าเกินค่าผ่อนธนาคาร

ในปัจจุบันราคาบ้านเพิ่มเป็นสี่เท่าตัว ค่าเช่าเกินกว่าค่าผ่อนธนาคารจนเพียงพอที่จะไม่ต้องทำงาน หรือเท่ากับเขาจ่ายเงินซื้อบ้านเมื่อสิบกว่าปีก่อน 7.5 เหรียญ ตอนนี้ได้บ้านมาในราคา 100 เหรียญครับ

วีธีที่สองเป็นที่นิยมกันมากก็คือ สามัญชนคนธรรมดาที่บังเอิญรู้จักกับพนักงานสินเชื่อที่ไม่ซื่อสัตย์ของสถาบันการเงินช่วยหาทางปล่อยเงินกู้ให้กับสามัญชนคนนั้นเพื่อซื้อบ้านหรืออพาร์ทเมนท์ จากนั้นสามัญ(ทร)ชนคนนั้นก็จะซอยบ้านจาก 2 หรือ 3 ห้องให้เป็น 10 ห้อง แบ่งให้เช่า (อย่างผิดกฎหมาย) ซึ่งมีรายได้เกินกว่าจำนวนที่ต้องผ่อนส่งธนาคาร  

สามัญทรชนเหล่านี้เมื่อทำสำเร็จหลังแรกก็จะต่อยอดซื้ออสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ   ตัวอย่างที่คล้ายคลึงวิธีนี้เช่นกรณีเจ้าของอพาร์ทเมนท์นรกในย่าน Bankstown ที่เป็นต้นเหตุเพลิงไหม้ การสร้างห้องเพิ่มเติมในอพาร์ทเมนท์ของเขาได้ปิดทางออกหนีไฟ จนเป็นเหตุให้นักศึกษาจีนสองคนไม่มีทางออก ต้องโดดตึกหนีไฟทางหน้าต่างลงมาเสียชีวิตหนึ่งอีกคนหนึ่งพิการไปตลอดชีวิต ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่โตมานับตั้งแต่ปี 2012 นั่นเอง

วิธีที่สามเป็นแบบคลาสิคที่ใช้กันในอดีตคือ ทำงานหาเงินมาได้ก็เอามาซื้อบ้านเก็บไว้ ซึ่งมีคนไทยหลายคนทำอย่างนี้เช่นกัน แถวบ้านจิ้งโจ้นิวส์ก็มีหญิงไทยอยู่คนหนึ่งเธอชอบสะสมบ้านตอนนี้มีสิบกว่าหลัง และมีอีกคนหนึ่งมีบ้านเฉพาะที่ย่าน Bondi 5 หลัง

ตัวอย่างวิธีคลาสสิคนี้คือนาย Issac Wakil ชาวยิวผู้หลบหนีภัยสงครามจากยุโรปมาอยู่ออสเตรเลียในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เขาทำงานเป็นคนงานในโรงงานทอผ้า แต่ก็เก็บหอมรอบริบเอาเงินซื้อบ้านหลังแล้วหลังเล่า (อันนี้ทำได้จริง ๆ อย่างเหลือเชื่อ แม้ในยุคยี่สิบปีที่ผ่านมาก็มีคนทำได้มากมาย) จนแทบจำไม่ได้ว่าหลังไหนเป็นของเขา ขนาดเคยสั่งให้ทนายความติดต่อขอซื้ออาคารพานิชย์หลังหนึ่งโดยไม่รู้ว่ามันเป็นของเขาเอง  

เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมานาย Wakil เพิ่งรู้ว่าแกมีที่อยู่อาศัยและอาคารพานิชย์เกือบร้อยแห่งในนครซิดนีย์ได้ปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า แกจึงตัดสินใจขายทิ้งโดยเอาเงินส่วนหนึ่งประมาณ 200 ล้านเหรียญบริจาคให้กับโรงพยาบาล, สถานศึกษา, หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์เพื่อตอบแทนคุณประเทศออสเตรเลีย (อ่านเรื่องราวของนาย Issac Wakil ได้จากข่าว “ผู้อพยพตอบแทนคุณแผ่นดินจิงโจ้ บริจาค $200 ล้านให้ซิดนีย์ที่พักพิง” วันที่ 31 พฤศจิกายน 2015 ซึ่งชายหนุ่มวัย 28 ที่จะกล่าวถึงจัดอยู่ในประเภทนี้

นาย Issac และนาง Susan Wakil : ภาพจากนสพ. The Financial Review

นาย Issac และนาง Susan Wakil : ภาพจากนสพ. The Financial Review

ชายหนุ่มวัย 29 ปีรายนี้มีชื่อว่านาย Tony Fleming จากซิดนีย์ตะวันตก ผู้ซึ่งทำงานเป็นพนักงานส่งพิซซ่าตามบ้านให้กับ Domino’s Pizza กล่าวถึงความสำเร็จในการซื้อบ้านหลังแรกในชีวิตเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ขนาด 3 ห้องนอนที่ย่าน Kingswood เขต Penrith เมื่อเขามีอายุเพียง 19 ปี (ค.ศ. 2007) ในขณะทำงานส่งโฮมมีรายได้แค่ชั่วโมงละ 10 กว่าเหรียญเท่านั้น

เขากล่าวว่า 18 เดือนก่อนที่เขาจะซื้อบ้านเขายังประสบปัญหามีหนี้เงินกู้ซื้อรถยนต์ แต่ด้วยความเข้มงวดในการเก็บออมและขยันทำงาน เขาทำงานล่วงเวลาจนสามารถปลดหนี้เงินกู้เพื่อซื้อรถ แล้วยังเก็บออมต่อไปจนมีเงินพอที่จะวางเงินดาวน์ซื้อบ้านได้ภายในปีครึ่ง

เขากล่าวว่า ในตอนนั้นเขาทำงานสัปดาห์ละ 60 ชั่วโมง บางสัปดาห์ทำงานตลอด 7 วัน และอาศัยอยู่กับบิดามารดา ซึ่งช่วยให้เขาประหยัดเงินได้มาก

เขาได้ใช้เงินเก็บที่ไม่มากนัก กอปรกับได้รับเงินช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านเป็นหลังแรก (First Home Owners Grant ทั้งจากรัฐบาลกลางและรัฐบาลรัฐ ถ้าจิงโจ้นิวส์จำไม่ผิดเป็นเงิน 10,000 เหรียญกับ 5,000 เหรียญ หากผิดไปกว่านี้ต้องขออภัย) ก็เพียงพอต่อการทำให้เขามีบ้านหลังแรกเป็นของตนเอง

นาย Fleming ซื้อทาวน์เฮาส์ในสภาพเสื่อมโทรม ซึ่งมันทำให้เขาสามารถต่อรองซื้อมาด้วยราคาถูกเพียง 189,000 เหรียญ นอกจากนั้นยังหาเพื่อนมาเช่าอีกสองห้องที่เหลือ ทำให้เขาไม่ต้องรับภาระค่าผ่อนธนาคาร แถมยังมีเงินเก็บจากรายได้จากการเป็นพนักงานส่งโฮม

การปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้กลับมาดูใหม่ช่วยให้ราคาประเมินบ้านเพิ่มเป็นเท่าตัวภายในหนึ่งปี มันช่วยให้เขารีไฟแนนซ์กู้เงินเพิ่มมาวางมัดจำบ้านหลังต่อ ๆ ไป เขาทำอย่างนี้กับการซื้อบ้านที่ย่าน Kingswood และอพาร์ทเมนท์ที่ย่าน St Marys ด้วยการซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดทั้งสองหลัง เมื่อไม่นานมานี้เขาได้ซื้อบ้านในเมืองใหญ่ของรัฐน.ซ.ว.และในนครแอดิเลดอีกด้วย

หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่นาย Tony Fleming ซื้อที่ถนน Putland St. ย่าน St Marys : ภาพชั่วคราวจากสำนักข่าว News Corp

หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่นาย Tony Fleming ซื้อที่ถนน Putland St. ย่าน St Marys : ภาพชั่วคราวจากสำนักข่าว News Corp

นาย Fleming กล่าวถึงกลยุทธ์ในการซื้อบ้านของเขาว่าจะผิดไปจากนักลงทุนทั่วไปก็คือ เขาไม่สนใจถึงรสนิยมของเจ้าของบ้าน, หรือซื้อบ้านบนพื้นฐานของโอกาสทางค่าเช่าหรือมูลค่าของราคาบ้านที่จะขึ้นสูง เพราะเมื่อราคาบ้านของกลุ่มนักลงทุนกลุ่มนี้สูงขึ้น มันก็จะไปผลักดันให้มูลค่าบ้านและความต้องการเช่าบ้านในตลาดที่เขาถือครองสูงขึ้นไปด้วยนั่นเอง

เขากล่าวว่าการทำงานส่งโฮมให้กับร้าน Domino’s Pizza ช่วยเขาได้มากในการเก็บออมเพราะทางร้านให้ค่าจ้างที่ดี และต่อมาเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการร้าน ทำให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น

เขากล่าวว่า การที่ต้องทำงานตลอดเวลา มันช่วยให้เขาไม่มีเวลาใช้จ่ายเงิน เขาอยู่ได้ด้วยการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (ฝรั่งเรียก two-minute noodle) กับพิซซ่าฟรีจากร้าน

และกล่าวถึงเหตุที่ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน ก็เพื่อบอกให้รู้ว่า การที่คนเรามีรายได้ต่ำ ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสซื้อบ้าน คุณเพียงแต่ระมัดระวังเรื่องการใช่จ่าย ไม่จำเป็นต้องออกเที่ยวเมื่อมีเวลา (holiday) ดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง เก็บออมเงินไว้ให้พร้อม แล้วรอจังหวะที่จะมาถึง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดซื้อขายบ้านปั่นป่วน หรือรีบซื้อบ้านราคาถูกก่อนเอเยนซี่นำเข้าตลาด

สำหรับเขาเอง กว่าจะซื้อบ้านได้แต่ละหลัง เขาจะต้องใช้เวลาในวันเสาร์เพื่อตระเวนหาบ้านเป้าหมาย เพราะบ้านที่ดีราคาย่อมเยาว์ใช่ว่าจะหาได้ง่ายในตลาดบ้านที่กำลังดุเดือดเลือดพล่านในปัจจุบัน

นาย Fleming กล่าวว่า ขณะนี้บ้านและอพาร์ทเมนท์ที่เขาซื้อมาทำรายได้ให้เขาปีละไม่ต่ำกว่า 130,000 เหรียญ เพียงพอที่จะทำให้เขาอยู่ได้อย่างสบาย และตัดสินใจที่จะอำลาอาชีพพนักงานร้านพิซซ่าในเดือนนี้ เพื่อมาต่อยอดอาชีพเป็นแลนด์ลอร์ดและตามล่าหาซื้อบ้านหลังที่ 14 และหลังต่อ ๆ ไปในอนาคตอันใกล้

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย, บทความทั่วไป

Tags: , , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: