พบนักเรียนต่างชาติจำต้องขายตัว เพราะประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมค่าทำแท้ง

ภาพจากนสพ. The Guardian

ภาพจากนสพ. The Guardian

10 ต.ค. 2016 นักศึกษาต่างชาติที่รักสนุกจนขาดความระวังปล่อยให้ตั้งครรภ์ ส่วนหนึ่งต้องถูกสถานการณ์บังคับให้ขายตัวเพื่อนำเงินมาเป็นค่าทำแท้ง หลังจากระบบประกันสุขภาพเอกชนมีการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้เป็นเพราะนักเรียนต่างชาติไม่มีสิทธิในการใช้ระบบบัตรเมดิแคร์ ผู้ถือวีซ่านักเรียนจะถูกคุ้มครองด้วยการการประกันสุขภาพกับบริษัทรับประกันเอกชน แต่บริษัทประกันสุขภาพเหล่านี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้วยการตัดการคุ้มครองการรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์สำหรับผู้ทำประกันต่ำกว่า 12 เดือนแรก

อันเป็นการตอบรับผลการวิจัยในปี 2009 พบว่า 1 ใน 3 ของคนไข้ที่เข้าทำแท้งที่โรงพยาบาล Women’s and Children’s Hospital เป็นนักศึกษาจากต่างประเทศ

ผลการวิจัยชุดนี้ยังพบว่าการขาดความรู้เรื่องเพศศึกษา, การอยู่ห่างไกลบ้านและครอบครัว, ความว้าเหว่, เพื่อนและสังคมที่เปลี่ยนไป มีส่วนทำให้นักศึกษาเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์

รัฐบาลได้ลงนามใน “ตราสารข้อตกลงในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ” มีผลให้บริษัทผู้รับประกันไม่ต้องจ่ายค่าเคลมประกันจากเหตุตั้งครรภ์ภายใน 12 เดือนแรกนับจากเริ่มทำประกัน ยกเว้นเป็นการรักษากรณีฉุกเฉิน

นาง Georgia Babatsikos ผู้ร่วมประสานงานของเครือข่ายสุขภาพทางเพศของนักเรียน-นักศึกษานานาชาติ (ISSHN) กล่าวว่า “ระยะเวลารอคอย” ได้สร้างภาระอันหนักอึ้งให้กับนักศึกษาต่างชาติ ที่จะต้องหาเงินอย่างน้อย 800 เหรียญเพื่อมาเป็นค่าทำแท้ง

นาง Babatsikos กล่าวว่า เครือข่ายของเธอมีความกังวลต่อผลของกฎหมาย ได้ส่งผลให้นักศึกษาที่บังเอิญตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจเกิดความกดดันทางจิตใจ และพบว่ามีนักศึกษาจำนวนหนึ่งหาทางออกด้วยการเป็นโสเภณี เพื่อหาเงินมาเป็นค่าทำแท้ง

เธอกล่าวว่า นักศึกษาหลายคนได้เคลมเงินค่าทำแท้งก่อนเวลาทำประกัน 12 เดือนแรก แต่ก็ต้องถูกปฏิเสธตามสัญญากรมธรรม์

นาง Babatsikos ซึ่งเป็นอาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเดียกินในรัฐวิกตอเรียนอกเหนือจากทำงานให้กับ ISSHN กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้เจรจากับบริษัทผู้ให้ประกันเป็นรายเฉพาะ จบลงที่นักศึกษาต่างชาติจำต้องยอมรับในข้ออ้างของบริษัทผู้ให้ประกัน

ทางด้านศจ. Nigel Stocks หัวหน้าภาควิชาแพทย์ทั่วไปของมหาวิทยาลัยแอดิเลดกล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้ดำเนินแผนรองรับปัญหาการตั้งครรภ์ของนักศึกษามานับตั้งแต่รายงานออกมาในปี 2009 โดยมหาวิทยาลัยมีโครการสนับสนุนการป้องกันการตั้งครรภ์อย่างไม่ตั้งใจและการให้การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา

ในขณะที่นาง Jill Davidson ผู้อำนวยการบริหารของ Shine SA อันเป็นเครือข่ายข้อมูลและการศึกษาด้านสุขภาพทางเพศของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่ารัฐเซาท์ออสเตรเลียมีการจัดการในเรื่องปัญหาทางเพศสำหรับนักศึกษาได้ดีกว่ารัฐอื่น ๆ

หน่วยงานของเธอได้ให้บริการให้คำปรึกษากับนักศึกษาที่ต้องการหารือในเรื่องการคุมกำเนิดมาเป็นจำนวนมาก ซึ่ง Shine SA ได้ให้คำปรึกษาทั่วไปและคำปรึกษาเชิงกระบวนการ และถ้านักศึกษาคนใดต้องการทำแท้ง องค์กรของเธอก็จะผ่านเรื่องไปให้กับศูนย์ปรึกษาการตั้งครรภ์ Pregnancy Advisory Centre

Shine SA ยังให้คำปรึกษาถึงยา “morning after pill” ยาคุมกำเนิดที่ใช้รับประทานหลังการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งให้ผลได้ดีหลังจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่คาดคิดภายในสามวัน

พญ. Helen Calabretto จาก Shine SA เช่นกันกล่าวว่า ทุกคนควรได้รับการศึกษาและเข้าใจถึงผลประโยชน์และผลกระทบของการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ซึ่งในปัจจุบันสามารถหาซื้อได้งาย แต่ก็ยอมรับว่าราคาของมันยังอยู่ในระดับสูง

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: