ญาติผู้ลี้ภัยตายกลางทะเลฟ้องค่าเสียหาย แต่ทหารชี้นโยบายอิมฯปัจจุบันช่วยลดผู้ลี้ภัยเสียชีวิต

เหตุการณ์เรือมนุษย์อับปางที่บริเวณ Flying Fish Cove ในเดือนธันวาคมปี 2010 : ภาพจากนสพ. The Telegraph

เหตุการณ์เรือมนุษย์อับปางที่บริเวณ Flying Fish Cove ในเดือนธันวาคมปี 2010 : ภาพจากนสพ. The Telegraph

3 ต.ค. 2016 ญาติของผู้ขอลี้ภัยลักลอบเข้าเมืองทางทะเลได้ร่วมกันฟ้องต่อศาลฎีกาเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลกลางออสเตรเลีย โดยอ้างว่าพวกเขาได้รับความเจ็บป่วยทางจิตใจจากเหตุที่ญาติของพวกเขาเสียชีวิตจากเรืออับปางกลางหลังเข้ามาในน่านน้ำออสเตรเลีย

ญาติที่ร่วมกันฟ้องร้องครั้งนี้ เกิดจากเหตุการณ์ในเดือนธันวาคมปี 2010 เมื่อแก๊งค้ามนุษย์นำผู้ลี้ภัยชาวอิรักและปากีสถานลงเรือประมงค์ขนาดเล็กอัดแน่นเต็มเรือ แล่นเข้ามาในน่านน้ำออสเตรเลียแล้วมาถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดไปชนหินโซโครกที่บริเวณอ่าว Flying Fish Cove บนเกาะ Christmas Island ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ประเทศอินโดนีเซียมากที่สุด เป็นผลให้เรืออับปาง

ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 50 คนและทางการออสเตรเลียเข้าช่วยเหลือชีวิตไว้ได้ 39 คน

ญาติพี่น้องของเหยื่อผู้เสียชีวิตและที่รอดชีวิตได้ร่วมกันฟ้องเรียกค่าเสียหายทางจิตใจ บนเหตุผลที่ว่าผู้ขอลี้ภัยเหล่านี้ถูกแก๊งค้ามนุษย์กดดันให้ต้องลงเรือที่พุพังออกจากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีเสื้อชูชีพแจกให้ไม่ครบคน

เมื่อเรือสามารถเล็ดรอดเข้ามาในน่านน้ำออสเตรเลียได้ เรือลำนี้ก็เท่ากับเป็นเรือที่จะต้องถูกยึดภายใต้กฎหมายของออสเตรเลีย ดังนั้นรัฐบาลออสเตรเลียจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อความเจ็บปวดทางจิตใจจากข่าวร้ายที่พวกเขาได้รับ

ซึ่งการดำเนินคดียังจะมีต่อไป ศาลจะตัดสินอย่างไรและเมื่อใดจิงโจ้นิวส์จะนำมาเสนออีกครั้ง

พลตรี Andrew Bottrell ผู้อำนวยการกองกำลังป้องกันชายแดน OSB : ภาพจากนสพ. the Guardian

พลตรี Andrew Bottrell ผู้อำนวยการกองกำลังป้องกันชายแดน OSB : ภาพจากนสพ. the Guardian

ในขณะเดียวกันพลตรี Andrew Bottrell ผู้อำนวยการกองกำลังปฏิบัติการณ์ Operation Sovereign Borders (OSB) อันเป็นกองกำลังปฏิบัติการปกป้องเขตแดนของกองทัพออสเตรเลีย มีวัตถุประสงค์หลักในการหยุดยั้งการเข้ามาในน่านน้ำของผู้ขอลี้ภัยลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายออกมากล่าวว่า ออสเตรเลียคงอยู่ในภาวะอันตรายจากการหลั่งไหลเข้ามาของเรื่อมนุษย์หากรัฐบาลไม่นำเอานโยบายแข็งกร้าวต่อกลุ่มค้ามนุษย์และผู้ข้อลี้ภัยลักลอบเข้าเมืองทางทะเลได้ทันเวลา

เขากล่าวว่าการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการ OSB เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาทำให้สามารถหยุดขบวนการค้ามนุษย์และลักลอบเข้าเมืองได้โดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังลดการเอาชีวิตมาทิ้งกลางทะเลของผู้ขอลี้ภัยอีกด้วย

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 6 ปีก่อนหน้านั้น ในช่วงที่พรรคเลเบอร์เป็นรัฐบาล มีเรือมนุษย์เดินทางเข้ามาในประเทศ 800 ลำ บรรทุกผู้ลี้ภัยมาถึงฝั่งออสเตรเลีย 50,000 คน และอีกหลายพันคนได้เสียชีวิตกลางมหาสมุทรจากเรืออับปาง

เขากล่าวว่าหากออสเตรเลียปล่อยให้ใช้นโยบายของพรรคเลเบอร์ยืนยาวออกไป ออสเตรเลียอาจจะไม่สามารถหยุดยั้งการหลั่งไหลเข้าประเทศของเรื่อมนุษย์   โดยอาจเข้าถึงจุดที่เรือมนุษย์หลั่งไหลเข้ามามากมายจนสายเกินไปที่จะหยุดยั้งได้

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: