ฮีตเตอร์เป็นสาเหตุไฟไหม้บ้าน ในซิดนีย์คืนเดียว 2 หลังซ้อน

ไฟไหม้ที่บ้านในย่าน Cabramatta เหตุจากฮีตเตอร์ : ภาพจากข่าว Today ช่อง 9 Network

ไฟไหม้ที่บ้านในย่าน Cabramatta เหตุจากฮีตเตอร์ : ภาพจากข่าว Today ช่อง 9 Network

11 ก.ค. 2016 ช่วงนี้เวลาหลับนอนควรระวังการเปิดฮีตเตอร์เพื่อเพิ่มความอบอุ่น โดยเฉพาะฮีตเตอร์ราคาสิบกว่าเหรียญที่วางขายกันเกลื่อน เวลาเปิดอย่านำมาเข้าใกล้เตียงนอน หรือในระยะที่ผ้าหม่อาจจะสบัดไปถึงตัวฮีตเตอร์ หลังจากเกิดเพลิงไหม้บ้านถึงสองหลังซ้อนในช่วงชั่วโมงแรก ๆ ของวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม

ไฟไหม้บ้านหลังแรกเกิดที่ย่าน Cabramatta West ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ ซึ่งเป็นถิ่นอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดในประเทศออสเตรเลียของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่โชคดีที่ผู้อยู่อาศัยในบ้าน รวมถึงเด็ก 6 คนไม่มีใดผู้ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่บรรเทาเหตุฉุกเฉินไปถึงที่เกิดเหตุในเวลา 1.00 น. ของวันที่ 10 กรกฎาคมพบว่าไฟได้ลุกไหม้ห้องด้านหน้าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว

นาย Paul Johnson ผู้บังคับการหน่วยดับเพลิงและช่วยชีวิตเชื่อว่า สาเหตุเพลิงไหม้มาจากฮีตเตอร์ที่เปิดไว้ในห้องต้นเพลิง

ในเวลาประมาณ 2.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม ได้เกิดเพลิงไหม่ที่บ้านในย่าน Cessnock ในภูมิภาค Hunter เป็นผลให้ชายวัย 34 ปีถูกไฟลวกเป็นแผลไหม้ฉกรรจ์ที่มือทั้งสองข้าง, เท้าสองข้างและที่ใบหน้า

ชายดังกล่าวถูกนำส่งโรงพยาบาล Royal North Shore ในอาการขั้นวิกฤติ เป็นที่เชื่อว่าไฟเกิดจากฮิตเตอร์ที่เขาเปิดทิ้งไว้ในขณะเข้านอน

นาย Johnson ได้แนะนำว่า ก่อนที่จะเข้านอนเพื่อความปลอดภัย ควรปิดฮีตเตอร์เสียก่อน เพราะผ้านวมที่หม่ทับร่างกายให้ความอบอุ่นเพียงพอแล้ว

 

หมายเหตุ ๑ อ่านบทความการรับมือกับความหนาวเย็นสำหรับผู้อพยพมาอยู่ในประเทศออสเตรเลียใหม่ ๆ ในบทความตามใจฉัน ชุด “เดอะแลนด์ลอร์ด” ตอน 15 “อยู่อย่างออสซี่ – หนาวเนื้อหม่ผ้าก็หายหนาว” โปรดคลิกที่ข้อความสีน้ำเงิน

หมายเหตุ ๒ จิงโจ้นิวส์ยังไม่สามารถโพสต์ข่าวและบทความได้โดยตรง ต้องอาศัยโพสต์ผ่านระบบแมนนวล  ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโปรแกรม wordpress แต่ขณะนี้สามารถใช้ edit ได้แล้ว จึงเรียนมาเพื่อทราบครับ

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

 



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: