สาวใหญ่ช็อกถูกปฏิเสธต่อพาสปอร์ต เพราะกฎอิมฯใหม่เธอไม่ใช่คนออสซี่

นาง Teresa Mullan ผู้ถูกปฏิเสธสัญชาติออสเตรเลีย : ภาพชั่วคราวจากนสพ. The SMH

นาง Teresa Mullan ผู้ถูกปฏิเสธสัญชาติออสเตรเลีย : ภาพชั่วคราวจากนสพ. The SMH

26 มิ.ย. 2016 นาง Teresa Mullan ผู้อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียมาเกือบชีวิตวัย 52 ปีของเธอ เธอมีบุตรและเลี้ยงดูพวกเขาที่นี่ เธอเคยทำงานเป็นข้าราชการในสามรัฐบาล, ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งรัฐสภากลาง 10 ครั้ง ใช้หนังสือเดินทางออสเตรเลียท่องเที่ยวทั่วโลก แต่เมื่อถึงคราวหนังสือเดินทางหมดอายุ เธอไม่สามารถต่อหนังสือเดินทางใหม่ได้ เพราะภายใต้กฎระเบียบใหม่ของกระทรวงการเข้าเมืองฉบับแก้ไขล่าสุดเธอไม่อยู่ในข่ายเป็นผู้ถือสัญชาติออสเตรเลีย

นาง Mullan กล่าวว่า เธอได้ขอทำหนังสือเดินทางใหม่เพื่อจะไปท่องเที่ยวต่างประเทศในเดือนหน้า แต่ได้รับการปฏิเสธ เนื่องจากไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเธอเป็นผู้ถือสัญชาติออสเตรเลีย

ความสับสนครั้งนี้ไม่ใช่เกิดกับนาง Mullan แต่ผู้เดียว แต่จะเกิดกับคนนับหมื่นคน เนื่องจากกระทรวงการเข้าเมืองและป้องกันชายแดน (DIBP หรือที่คนไทยในออสเตรเลียเรียกสั้น ๆ ว่า “อิมฯ”) ได้เปลี่ยนกฏกระทรวงใหม่ ให้ผู้ที่ถูกรับมาเป็นลูกบุญธรรมจากต่างประทศไม่สามารถใช้สูติบัตรออสเตรเลียได้อีกต่อไป

ซึ่งขณะนี้ทั้งกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงการเข้าเมืองยังไม่ได้แถลงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงกฎกระทรวงต่อสาธารณชน

แต่อย่างไรก็ตามกฎระเบียบดังกล่าวกระทรวงได้แจ้งให้สำนักงานออกหนังสือเดินทาง (Australian Passport Office) ปฏิบัติใช้เรียบร้อยแล้ว ส่งผลทำให้ผู้เป็นบุตรบุญธรรมจากต่างประเทศหลายหมื่นคนที่พวกเขาเชื่อว่าตนเองเป็นพลเมืองของประเทศอย่างแท้จริง นับจากนี้ไปพวกเขาจะไม่ใช่พลเมืองของประเทศ (โดยอาศัยเอกสารหลักฐานที่มีอยู่) รวมถึงจะไม่สามารถขอหนังสือเดินทางออสเตรเลียฉบับใหม่ได้อีกต่อไป

สำหรับนาง Mullan กล่าวว่าเธอเกิดในประเทศนิวซีแลนด์ในเดือนธันวาคมปี 1963 มีครอบครัวชายออสเตรเลียรับเธอเป็นบุตรบุญธรรมในเดือนมีนาคม 1964 หรือในขณะอายุ 4 เดือน

มารดาของเธอเป็นชาวรัฐควีนสแลนด์ ได้เดินทางไปนิวซีแลนด์ แล้วเกิดตั้งครรภ์กับชายคนรักซึ่งเป็นชาวรัฐควีนสแลนด์เช่นกัน มารดาของเธอเก็บเรื่องการตั้งครรภ์ไว้เป็นความลับด้วยการอาศัยอยู่กับแม่ชีในนครโอ๊คแลนด์

หลังจากคลอดได้หนึ่งสัปดาห์มารดาและชายผู้ให้กำเนิดเธอจึงนำทารกน้อยกลับมายังรัฐควีนสแลนด์ ผู้เป็นมารดาได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลรัฐควีนสแลนด์ แต่แทนที่จะได้รับความช่วยเหลือรัฐบาลกลับพรากลูกพรากแม่ด้วยการบีบบังคับให้มารดาของเธอลงนามยินยอมให้คนอื่นรับเธอไปเป็นบุตรบุญธรรม

เธอกล่าวว่า เธอคือเหยื่อของ white stolen generation (เด็กผิวขาวที่ถูกพรากลูกพรากแม่ไปให้คนอื่นเป็นผู้เลี้ยงดู) ซึ่งเป็นการขโมยรุ่นของเผ่าพันธุ์อีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างจาก Indigenous stolen generations (เด็กชาวพื้นเมืองที่ถูกจับแยกจากบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเพื่อนำมาให้คนผิวขาวเลี้ยงดูตามวีถีของคนผิวขาวนับถือศาสนาคริสต์)

ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อ 50 ปีก่อน สังคมยังไม่ยอมรับสาวรุ่นที่มีบุตรโดยไม่ผ่านการแต่งงาน มารดาของเธอจึงถูกรัฐบาลบีบบังคับให้มอบเธอไปเป็นบุตรบุญธรรมของครอบครัวนับถือศาสนาคริสต์

นาง Mullan ได้ตั้งคำถามผ่านสื่อมวลชนไปถึงรัฐบาลกลางว่า “ฉันเกิดจากมารดาบิดาที่ถือสัญชาติออสเตรเลีย ฉันถูกรัฐบาลรัฐควีนสแลนด์พรากพ่อพรากแม่ผู้ให้กำเนิด โดยส่งให้ไปอยู่ในการเลี้ยงดูของบิดามารดาถือสัญชาติออสเตรเลียอีกสองคน แล้วเหตุใดฉันจึงไม่ใช่คนถือสัญชาติออสเตรเลีย”

เอกสารอย่างเป็นทางการจากกระทรวงต่างประเทศลงวันที่ในเดือนธันวาคมปี 2015 ที่ผ่านมาแจ้งปฏิเสธการออกหนังสือเดินทางให้กับนาง Mullan เพราะเหตุว่า เธอไม่สามารถพิสูจน์การเป็นผู้ถือสัญชาติออสเตรเลีย (สูติบัตรของเธอไม่สามารถใช่ได้อีกต่อไป)

เมื่อนาง Mullan สอบถามไปยังสำนักงานของนาย Peter Dutton ร.มว.การเข้าเมือง จึงได้รับคำตอบว่า เกิดจากผลที่ตามมาภายหลังอย่างไม่ได้ตั้งใจ (unintended consequence) จากการเปลี่ยนกฎระเบียบการรับบุตรบุญธรรมจากต่างประเทศ

ต่อมานาง Mullan ได้ทำเรื่องขอใบรับรองการเป็นผู้ถือสัญชาติออสเตรเลีย (citizenship certificate) แต่กระทรวงการเข้าเมืองปฏิเสธโดยอ้างว่าเอกสารของเธอไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ แต่ได้แนะนำให้เธอยื่นสมัครเพื่อให้ได้มาซึ่งหลักฐานตามขั้นตอนคือเข้ารับการสัมภาษณ์, เข้าสอบข้อเขียน (น่าจะเป็นการสอบคุณค่าของออสเตรเลียอย่างที่ผู้ถือพี.อาร์.นั่งทดสอบเพื่อขอสัญชาติ), เข้าสาบาญตนว่าจะจงรักภัคดีต่อออสเตรเลียและเข้าร่วมพิธีรับการเป็นพลเมือง โดยเธอจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็นเงิน 190 เหรียญ

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ประเทศนิวซีแลนด์ได้ตอบรับการยื่นขอหนังสือเดินทางจากนาง Mullan และยอมรับเธอเป็นพลเมืองนิวซีแลนด์ แม้ว่าบิดามารดาของเธอเป็นคนออสเตรเลีย และเธออยู่ในนิวซีแลนด์เพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น เธอกล่าวว่าตอนนี้เธอรู้สึกอุ่นใจที่ไม่ใช่เป็นคนไร้สัญชาติ แต่ปัญหาของนาง Mullan อยู่ที่ว่าการได้มาซึ่งสัญชาตินิวซีแลนด์ อาจทำให้เธอต้องสูญเสียสัญชาติออสเตรเลียไปตลอดกาล

หมายเหตุ ขณะนี้จิงโจ้นิวส์ไม่สามารถโพสต์ข่าวและบทความได้โดยตรง ต้องอาศัยโพสต์ข่าวผ่านระบบแมนนวล  และยังไม่สามารถใช้งาน edit ได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโปรแกรม wordpress แต่จิงโจ้นิวส์ยังคงต้องการความร่วมมือในการแจ้งคำที่สะกดผิดผ่านเว็บไซท์โดยตรงหรือผ่านอีเมล  เมื่อโปรแกรมกลับมาใช้ได้ปกติ จะกลับมาแก้ไขภายหลัง  ขอบคุณครับ

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: