นานาชาติรุมประณามสิงคโปร์, ไทย, จีน โหดเหี้ยมทารุณกับผู้ค้ายาเสพติด

นาย Kasiviswanathan Shanmugam ขณะแถลงในที่ประชุมสหประชาชาติ : ภาพชั่วคราวจาก mothership.sg (ไม่ทราบต้นฉบับ)

นาย Kasiviswanathan Shanmugam ขณะแถลงในที่ประชุมสหประชาชาติ : ภาพชั่วคราวจาก mothership.sg (ไม่ทราบต้นฉบับ)

21 เม.ย. 2016 ข่าวนี้เกิดขึ้นในที่ประชุมสหประชาชาติ เมื่อบรรดาประเทศที่ประสบความล้มเหลวในการปราบปรามยาเสพติดพยายามที่จะให้ประเทศที่สามารถควบคุมยาเสพติดได้เอาอย่างพวกเขา

ในการประชุมเพื่อทำสงครามกับยาเสพติดซึ่งจัดโดยสหประชาชาติในสัปดาห์นี้ ประเทศจากยุโรป, ลาตินอเมริกาและออสเตรเลียได้ผลักดันให้ประเทศที่ใช้กฎหมายรุนแรงกับค้ายาเสพติดอย่างสิงคโปร์, ไทย, จีน, อิหร่านและรัสเซียขอให้เปลี่ยนมาใช้มาตราการอ่อนลงในการแก้ปัญหายาเสพติด

อย่างไรก็ตามสิงคโปร์ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีบทลงโทษผู้กระทำผิดอย่างโหดเหี้ยมที่สุดแห่งหนึ่งในโลกได้ออกมาตอบโต้กลับอย่างรุนแรงกับแนวความคิดในการทำสงครามกับยาเสพติดด้วยการใช้มาตรการอย่างอ่อน (soft approach) ว่าอาจจะทำให้ประเทศที่เกือบปลอดยาเสพติดของเขากลายเป็นเมืองท่ายาเสพติดของโลก

นาย Kasiviswanathan Shanmugam รัฐมนตรีมหาดไทยและกฎหมายของสิงคโปร์กล่าวว่า สิงคโปร์เชื่อว่ายาเสพติดคือตัวการบ่อนทำลายสังคม สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีชาวต่างชาติผ่านเข้าออกปีละ 200 ล้านคนการใช้นโยบายผ่อนปรนย่อมหมายถึงสิงคโปร์จะเป็นประเทศที่หลั่งไหลเข้ามาด้วยยาเสพติด

นาย Shanmugam กล่าวว่า สิงคโปร์ได้รับผลออกมาในเชิงบวกกับการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ค้ายาเสพติด และไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดของผู้แทนจากกลุ่มประเทศในยุโรปและลาตินอเมริกา

เขากล่าวว่า “สิงคโปร์เป็นประเทศที่ปลอดจากยาเสพติด และอยู่ในสถานการณ์ควบคุมยาเสพติดได้อย่างสิ้นเชิง” “(สิงคโปร์) ไม่มีแหล่งพักพิงของยาเสพติด, ไม่มีพื้นที่ห้ามไป (no-go zones), ไม่มีศูนย์ผลิตยาเสพติด และไม่มีโครงการเอาเข็มฉีดยาเก่ามาแลกเข็มฉีดยาใหม่” (ขออนุญาตเผือก..ที่นาย Shanmugam ว่ามานี้ประเทศในยุโรปและออสเตรเลียมีครบทั้งสิ้น)

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมใหญ่ของสหประชาชาติจากการยื่นขอโดยประเทศโคลัมเบีย, กัวเตมาลาและเม็กซิโกซึ่งได้รับมติให้มีการประชุมเป็นเวลา 3 วัน ถือเป็นการประชุมหัวข้อสำคัญครั้งใหญ่ของสหประชาชาติมานับตั้งแต่ปี 1998 โดยมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมประชุม 193 ประเทศ

หลังจากนาย Shanmugam สับแหลบแนวความคิดให้ลงโทษสถานเบาแก่ผู้กระทำผิดค้ายาเสพติดของประเทศตะวันตก นาง Sophie Lohde รัฐมนตรีสาธารณสุขของเดนมาร์กขึ้นแถลงเป็นคนต่อมาด้วยการสับแหลกถึงการใช้กฎหมายประหารชีวิตในประเทศสิงคโปร์และอีกหลายประเทศ

เธอกล่าวว่า รัฐบาลเดนมาร์กรู้สึกเศร้าใจอย่างที่สุดที่ผลการแสดงหลักฐานออกมาไม่สามารถไปถึงข้อตกลงให้ยกเลิกการประหารผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด” “เดนมาร์กขอคัดค้านโทษประหารชีวิตไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์ใด ๆ” ความเห็นของนาง Lohde ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป

สำหรับประเทศออสเตรเลียถือเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้นโยบาย soft approach และอาจกล่าวได้ว่าไม่ประสบชัยชนะในการทำสงครามกับยาเสพติดเลย เพราะยาเสพติดได้สร้างความร่ำรวยให้กับผู้ร่วมค้าในวงกว้าง แล้วยังสามารถเข้าถึงและทำลายกลุ่มคนได้ทุกระดับ ทุกอาชีพ ทุกชนชั้นและทุกวัย ขออนุญาตยกตัวอย่าง

Geoff Huegill : ภาพจาก Foxsports

Geoff Huegill : ภาพจาก Foxsports

ในวงการกีฬาหลายคนจบลงด้วยการเสพยาเสพติด แม้แต่อดีตนักกีฬาระดับเหรียญโอลิมปิกหรือจากการแข่งขันชิงแชมป์โลกหลายคนกลายเป็นเหยื่อยาเสพติด   อย่างนาย Geoff Huegill นักว่ายน้ำเจ้าของสถิติโลกว่ายผีเสื้อระยะสั้นลูกครึ่งไทย-ออสซี่และ Sara ภรรยาถูกจับได้ว่าครอบครองและเสพโคเคนขณะรับเชิญไปร่วมงาน Autumn Racing Carnival ในเดือนเมษายนปี 2014 โชคยังดีที่ทั้งสองสามารถเลิกยาได้และกลับตัวกลับใจมาเป็นคนดีอีกครั้ง

ในฐานะที่จิงโจ้นิวส์เคยรู้จักกับ Geoff บอกได้ว่าเขาเป็นตัวอย่างของเด็กดี มีวินัย อ่อนน้อมถ่อมตน แต่เพียงแค่อารมณ์พาไปชั่ววูบที่ทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในวงโครจรของยาเสพติด

ผิดกับนักอดีตนักกีฬาอีกหลายคนที่ต้องเป็นทาสยาเสพติด เช่นนาย Scott Miller เพื่อนนักว่ายน้ำเจ้าของสองเหรียญโอลิมปิกเขาริเสพยาจนติด ในที่สุดกลายเป็นพ่อค้ายาเสียเอง เขาถูกจับได้ครั้งแรกในเดือนเมษายน 2008 พร้อมของกลางสเตอรอยด์, ยาอี, ยาบ้าและเงินสด 240,000 เหรียญ แต่นโยบาย soft approach ทำให้เขาถูกลงโทษเพียงทำงานรับใช้สังคม 100 ชั่วโมงเท่านั้น

ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2013 นาย Miller ถูกจับครั้งที่สองพร้อมยาบ้าหรือยาไอซ์และเงินสดอีก 17,000 เหรียญ, ครั้งนี้เขารอดคุกอีกด้วยการถูกตัดสินรอลงอาญา 1 ปี

นพ. Suresh Nair : ภาพจาก news.com.au

นพ. Suresh Nair : ภาพจาก news.com.au

นายแพทย์ Suresh Nair เป็นตัวอย่างหนึ่งของบรรดาผู้ที่อยู่ในอาชีพที่เป็นที่นับหน้าถือตา เขาเป็นนายแพทย์         ทายาทตระกูลไฮโซในประเทศมาเลเซียผู้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในออสเตรเลียมาตั้งแต่เยาวัย ก่อนที่จะมาติดโคเคนที่เป็นตัวทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในคุกถึง 4 ปี   ในข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา

ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2009 นพ. Nair ผู้มากด้วยกามรมณ์แบบพิสดารได้พานางโทรศัพท์วัย 23 ไปหาความสำราญที่อพาร์ทเมนท์ของเขา แล้วให้เธอเสพโคเคนเกินขนาดจนเสียชีวิตคาเตียง   อีก 9 เดือนต่อมาในระหว่างได้รับการประกันตัวเขาได้เรียกนางโทรศัพท์วัย 22 ปีมาหาความสำราญอีก และให้ยาเสพติดเธอเสพเกินขนาดอีก จนเธอเสียชีวิตเป็นรายที่สอง

หลังจากพ้นโทษจำคุก 4 ปี นพ. Nair ผู้ถือวีซาถาวรก็ถูกรัฐมนตรีการเข้าเมืองในขณะนั้นสั่งยกเลิกวีซ่าและเนรเทศกลับมาเลเซียทันที

นาง Monika Kent : ภาพจากนสพ. Telegraph

นาง Monika Kent ฤทธิ์ยาทำให้หน้าเธอเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ : ภาพจากนสพ. Telegraph

นาง Monika Kent เป็นตัวอย่างหนึ่งของผู้เป็นผลผลิตที่ภาคภูมิใจของสถาบันการศึกษา เธอเป็นอดีตนักศึกษาดีเด่น, ได้รับเกียรตินิยมชั้นสูงสุดจากม.ซิดนีย์ มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย และในปี 2013 เธอได้รับรางวัล Australian Psychology Society Prize อันเป็นรางวัลสูงสุดของประเทศสำหรับผู้ประกอบอาชีพเป็นนักจิตวิทยา

แต่เพียงเพราะเผลอใจไปลองเสพยาไอซ์เข้า เกิดติดแล้วถอนตัวไม่ขึ้น อาชีพที่รุ่งโรจน์ของเธอต้องดับสนิท กลายเป็นผู้พึ่งเงินสวัสดิการณ์ว่างงาน เมื่อไม่มีเงินเธอต้องลักขโมยและเป็นโสเภณีข้างถนนเพื่อหาเงินมาซื้อยาเสพติดเสพ

น.ส. Sylvia Choi : ภาพจาก Pedestrain TV

น.ส. Sylvia Choi : ภาพจาก Pedestrain TV

น.ส. Sylvia Choi ถือเป็นตัวอย่างของผู้มีความรู้เรื่องยาเป็นอย่างดีเพราะเธอเป็นเภสัชกรมีประสบการณ์ทำงานเป็นเภสัชกรรับอนุญาตกับบริษัท Blooms The Chemist ที่สาขา Miranda มาแล้ว 3 ปี เธอเป็นผู้สั่งซื้อยาอีซึ่งสามารถหาซื้อง่ายยิ่งกว่าขนมหวานที่ทางการควบคุมเข้มงวด (ภาษีน้ำตาลกำลังจะมา) เพื่อจะลองเสพในขณะร่วมงานเทศกาลมหกรรมดนตรี Stereosonic Music Festival ที่ซิดนีย์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 ที่ผ่านมา แต่เธอไม่มีโอกาสที่จะติดมันเหมือนนาง Monika Kent เพราะอดีตนักเรียนดีเด่นผู้นี้จบชีวิตลงจากการทดลองเสพยาครั้งแรกในชีวิตของเธอ

น.ส. Georgina Bartter : ไม่ทราบที่มาของภาพ

น.ส. Georgina Bartter : ไม่ทราบที่มาของภาพ

น.ส. Georgina Bartter วัย 19 ปีเป็นตัวอย่างของผู้ที่อยู่ในวัยเรียนต้องมาเป็นเหยื่อของยาเสพติด น.ส. Bartter มาจากครอบครัวมีอันจะกิน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเอกชน Wenona Private ด้วยคะแนนอันดับท็อปไฟว์ของโรงเรียน ก่อนตัดสินใจเรียนสาขาบัญชีที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอได้ไปร่วมงานเทศกาลดนตรี Harbourlife Festival ในซิดนีย์กับเพื่อน ๆ ในเดือนพฤศจิกายน 2015   และที่งานดนตรีแดนซ์กระจายนี้เองเธอถูกเพื่อนคะยั้นคะยอให้ลองเล่นยาดู จนทำไปสู่การเสียชีวิตของเธอ

บิดาของ Bartter ผู้ให้ความใกล้ชิดและรับฟังเรื่องต่าง ๆ ของบุตรสาวมาตลอดกล่าวว่า ลูกสาวของเธอปฏิเสธไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาตลอดหลายครั้งที่ถูกเพื่อน ๆ ชักชวน แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นเธอจึงยอมทำตามคำขอของเพื่อน

ในคดีนี้น.ส. Rebecca Hannibal เพื่อนนักศึกษาผู้ให้ยาเสพติดและชักชวนให้น.ส. Bartter ลองเสพยา ถูกศาลตัดสินจำคุกแต่ให้รอลงอาญา 1 ปี

น.ส. Harriet Wran และนาย Neville Wran บิดา : ภาพจากนสพ. SMH

น.ส. Harriet Wran และนาย Neville Wran บิดา : ภาพจากนสพ. SMH

ตัวอย่างคดีสุดท้ายถือเป็นคดีใหญ่และถูกนำเสนอข่าวเป็นระยะ ๆ ในช่วงนี้คือคดีน.ส. Harriet Wran บุตรสาวของนาย Neville Wran อดีตนายกรัฐมนตรีรัฐน.ซ.ว.และนาง Jill Hickson Wran อดีตผู้บริหารระดับสูงของสายการบินแควนตัสถือเป็นตัวอย่างของผู้ที่อยู่ในวัยเรียนต้องมาเป็นเหยื่อของยาเสพติดและไม่เสียชีวิตเพื่อมาเจอความตกต่ำแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

น.ส. Wran วัย 27 ปีถือว่าเกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทองออกมาบนความร่ำรวยของบิดา (ร่ำรวยมาก่อนเล่นการเมือง) และมารดาในมูลค่ากว่า 40 ล้านเหรียญ เธอได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี เป็นอดีตนักเรียนโรงเรียนเอกชนชั้นนำระดับประเทศคือ Ascham และ SCEGGS จากนั้นจึงเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์

ชีวิตดั่งเจ้าหญิงของเธอเริ่มมีปัญหาเมื่อเธอเริ่มติดเกมส์คอมพิวเตอร์แล้วพัฒนาไปสู่การเล่นพนันออนไลน์ จนบิดามารดาต้องตามชดใช้หนี้สิน เธอเริ่มติดสุราแล้วพัฒนาเป็นยาเสพติด เปลี่ยนสภาพจากเจ้าหญิงผ้าพับไว้เป็นนางร้ายผ้าขี้ริ้วถูพื้น

เธอหนีออกจากบ้านไปเช่าบ้านร่วมอยู่กับคนอื่น ๆ ในอัตรา 100 เหรียญต่อสัปดาห์ มีรายได้จากเงินสวัสดิการคนว่างงาน ในช่วงนี้เธอมีเพื่อนชายหลายคนส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชียทั้งสิ้น ในจำนวนนี้รวมถึงนาย Sonny Khetkan (ซอนนี เขตขัณฑ์) ชายหนุ่มผู้มีเชื้อสายไทย

ยาเสพติดนำพาน.ส. Wran ไปติดร่างแหในคดีฆาตกรรมนาย Daniel McNulty ในเดือนสิงหาคม 2014 ที่อพาร์ทเมนท์ของอาคารสงเคราะห์ย่าน Redfern เมื่อเธอพร้อมนาย Lloyd Haines วัย 29 ปี (ในขณะเกิดเหตุ) ขี้ยาที่เธอเพิ่งรู้จักเพียงไม่กี่ชั่วโมงและนาย Michael Lee ชายชาวเอเชียวัย 35 ปี (ในขณะเกิดเหตุ) แฟนใหม่คนล่าสุดที่คบกันได้เพียงสองสัปดาห์บุกเข้าไปในยูนิตของ McNulty แล้วเกิดเหตุต่อสู้กันจนเจ้าของยูนิตเสียชีวิต

น.ส. Wran ถูกตำรวจจับโดยศาลปฏิเสธการให้ประกันตัวมานับตั้งแต่เกิดเหตุ ขณะนี้คดีของเธอได้เข้าสู่การพิจารณาต่อหน้าคณะลูกขุน คาดว่าจะมีการตัดสินในไม่ช้านี้

 

นี่คือตัวอย่างเพียงน้อยนิดของปัญหายาเสพติดในออสเตรเลียที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกระดับ หากเผยใจอ่อนไหวยอมมันครั้งเดียว อาจทำลายได้ทั้งชีวิต จิงโจ้นิวส์ยอมรับว่าลำเอียงแบบสุด ๆ ในกรณีนี้ และขอสนับสนุนกฎหมายที่โหดร้ายแต่ได้ผลของสิงคโปร์ มากกว่ากฎหมายที่ดีแต่ล้มเหลว

ในปัจจุบันประเทศที่พ่ายแพ้ต่อการปราบปรามยาเสพติดพยายามที่จะให้ประเทศที่สามารถควบคุมยาเสพติดเอาอย่างพวกเขา แต่หากประเทศที่ล้มเหลวในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเช่น ออสเตรเลียลองเอาอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จกับเขาบาง เชื่อว่าปัญหายาเสพติดที่ได้ซึมซับอยู่ในทุกระดับชนชั้นอาจลดลงอย่างฮวบฮาบเลยก็ได้

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

 

 



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: