UNICEF ชี้ออสเตรเลียสอบตก ด้านสุขภาพและการศึกษาเด็ก

2016-04-15 UNICEF2

นักเรียนมัธยมในออสเตรเลีย : ภาพจากสำนักข่าว AAP

15 เม.ย. 2016 เด็กออสเตรเลียมีสุขภาพและระดับการศึกษาในระดับที่ย่ำแย่กว่าเด็กในประเทศแลตเวีย, สโลวีเนียและโคเอเทียตามรายงานชุดล่าสุดของ UNICEF หรือองค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ

ทั้งนี้รายงานชุด The Fairness for Children ที่ UNICEF เปิดเผยออกมาในวันพฤหัสฯที่ 14 เมษายนแสดงให้เห็นว่าเด็กออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่ 27 ในด้านความเสมอภาคทางด้านสุขภาพเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กในประเทศกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD จำนวน 35 ประเทศ และอยู่ในอันดับที่ 24 ในด้านความเสมอภาคทางการศึกษาจากทั้งสิ้น 37 ประเทศ

นาง Megan Mitchell ผู้อำนวยการคณะกรรมการเด็กแห่งชาติ (NCC) กล่าวว่ารายงานที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าออสเตรเลียบกพร่องต่อการให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เด็กในช่วงเริ่มต้นชีวิตของพวกเขา

เธอกล่าวว่า รายงานของ UNICEF แสดงให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างเด็กจากครอบครัวระดับล่างและเด็กจากครอบครัวระดับกลางได้ขยายใหญ่ขึ้น รายงานชุดนี้เท่ากับเป็นการท้าทายให้ผู้บริหารประเทศออกมาแสดงวิสัยทัศน์ถึงแนวทางแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเด็กที่เปราะบางทางสังคม

ตามข้อมูลของสภาบริการทางสังคมแห่งออสเตรเลีย (ACSS) พบว่าความยากจนได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในออสเตรเลีย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็ก ที่มีอัตราเพิ่มขึ้นในกลุ่มครอบครัวระดับล่างมากกว่าครอบครัวที่มีรายได้สูง

โครงการ The Australia Child Wellbeing Project ประเมินว่า มีชาวออสเตรเลีย 2.5 ล้านคนดำรงชีวิตอยู่ภายใต้เส้นแบ่งความยากจน ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 602,604 คน และพบว่าเกือบ 22% ของเด็กที่มีอายุระหว่าง 13 ถึง 14 ปีมีความบกพร่องทางด้านโรคกลุ่มไซโคมาติก (psychosomatic health เป็นโรคทางร่างกายที่ส่งผลโดยตรงต่อความเครียดหรือความขัดแย้งในจิตใจ)

ในด้านการศึกษาพบว่า 9.1% ของเด็กอายุ 15 ปีไม่สามารถผ่านการทดสอบการอ่าน, วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของ PISA (โครงการประเมินผลการศึกษานักเรียนนานาชาติจำนวน 65 ประเทศ ล่าสุดออสเตรเลียอยู่ในอันดับ 19 ด้านคณิตศาสตร์, 16 ด้านวิทยาศาสตร์ และ 13 ด้านการอ่าน ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับ 50 ด้านคณิตศาสตร์, 48 ด้านวิทยาศาสตร์ และ 47 ด้านการอ่าน โดยมีเด็กจีนเซียงไฮ้อยู่ในอันดับที่ 1 ทั้งสามประเภท)

ในการประชุมสภารัฐบาลแห่งออสเตรเลียหรือ COAG อันเป็นการประชุมผู้นำรัฐบาลรัฐและเทร์ริทอรีร่วมกับนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลกลางได้เสนอให้เงินอัดฉีดรัฐบาลรัฐ 2.9 พันล้านเหรียญในด้านสาธารณสุข แต่ไม่ได้เพิ่มเงินลงทุนทางด้านโรงเรียนแต่อย่างใด นั่นหมายถึงเงินอัดฉีดทางการศึกษาภายใต้แผนการสนับสนุนการศึกษาชุด Gonski (มีนาย David Gonski เป็นผู้ทำแผน) จำนวน 4.5 พันล้านเหรียญซึ่งมีเป้าหมายอัดฉีดโรงเรียนในพื้นที่ที่มีครอบครัวมีรายได้ต่ำอาศัยอยู่หนาแน่นจะหมดไปภายใน 2 ปีข้างหน้าโดยไม่มีงบอัดฉีดใหม่เข้ามาเสริมในแผนระยะสั้น

นาง Nicole Breeze ผู้อำนวยการด้านนโยบายของ UNICEF Australia กล่าวว่า รายงานผลการศึกษาของออสเตรเลียที่ออกมาถึอว่ามีความน่าเป็นห่วงที่รัฐบาลกลางจะต้องเปลี่ยนแปลงแผนการศึกษาในระยะยาว

เธอกล่าวว่าในกลุ่มประเทศสมาชิก OACD ได้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนในระดับสูงสุดในรอบสามทศวรรษ โดยความเสี่ยงของความยากจนได้ย้ายจากกลุ่มผู้สูงอายุมาอยู่ในกลุ่มเยาวชนมานับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980s เป็นต้นมา

รายงานชุดดังกล่าวระบุว่าออสเตรเลียทำได้ดีในเทอมของความเสมอภาคทางด้านรายได้และความพึงพอใจในการดำเนินชีวิตของประชาชน

2016-04-15 UNICEF3

นักเรียนประถมในออสเตรเลีย : ภาพจาก news.com.au

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

 



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: