ไฮโซร่วมทำร้านอาหารแล้วเจ๊ง จบลงด้วยการฟ้องศาลขอคืนส่วนลงทุนที่ไม่เป็นธรรม

2016-04-10 สงครามไฮโซ4

จากซ้าย Tim Holmes a Court, Kate McMahon และ Daimon Downey : ภาพประชาสัมพันธ์จาก spicenews.com.au

11 เม.ย. 2016 ร้านอาหารที่ถูกมองว่าเป็นเทรนด์ใหม่ของคนเมืองกรุงที่ดำเนินกิจการโดยคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่แถมมีชาติตระกูลที่คนสังคมคนทำงานใส่สูทผูกไทจับตามอง แต่ถึงวันนี้พวกเขาจบลงด้วยมิตรภาพที่เปราะร้าว

ร้านอาหารที่กลายเป็นข่าวก็คือร้าน The Lemon Tree ที่ Australia Square Plaza ถนน George St. ซึ่งมีเจ้าของร่วมกันสามคนคือนาง Kate McMahon บุตรสาวของนาย Michael McMahon เจ้าของ Catalina ภัตตาคารระดับไฮ-เอ็นด์ที่ริมอ่าวซิดนีย์, นาย Daimon Downey ศิลปินอาหารดนตรีสำหรับภัตตาคาร (artist restaurant music food) แห่ง Sneaky Sound System และนาย Tim Holmes a Court ทายาทเลือดสีน้ำเงินแห่งนครซิดนีย์

บุคคลทั้งสามกลายเป็นข่าวเมื่อนาง McMahon ฟ้องร้องเพื่อนรัก โดยเธอเชื่อว่าเธอได้ลงขันเปิดร้านอาหารมากกว่าคนอื่นเป็นจำนวน 125,000 เหรียญ

ร้านอาหาร The Lemon Tree เปิดตัวอย่างมีการประชาสัมพันธ์ใหญ่โตเมื่อเดือนตุลาคมปี 2014 ด้วยการวางตำแหน่งเป็นเกียกกายอาหารอิตาลีในย่านธุรกิจกลางใจเมือง แต่การดำเนินกิจการไม่ประสบความสำเร็จดังที่พวกเขาคาดหวัง แม้ว่าจะมีการตกแต่งภายในอย่างได้บรรยากาศและเมนูอาหารโดยเฉพาะออสโซบูโก (osso bucco เนื้อน่องลายอบ) ของร้านได้รับคำร่ำลือถึงความอร่อยจนลูกค้าที่ได้รับประทานแล้วต้องกลับมากินอีก

ร้านอาหารเปิดไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องปิดตัวลง แล้วเปลี่ยนมาเป็นอาหารฝรั่งเศส มีนาย Downey และนาย Holmes a Court เป็นผู้บริหารโดยไม่เอ่ยถึงนาง McMahon ผู้ออกไปจากธุรกิจเพื่อคลอดบุตรคนแรกในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

ขณะนี้นาง McMahon ต้องการเงินส่วนลงทุนที่ไม่เป็นธรรมคืนมา แหล่งข่าวในวงการไฮโซกล่าวว่า นาง McMahon มีความไม่พอใจต่อการบริหารร้านของเพื่อนรักทั้งสอง และเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้ให้เวลากับร้านอย่างเพียงพอและไม่ให้ความสำคัญกับร้านเป็นอันดับต้น ๆ ในช่วงที่เธอไม่ได้ร่วมบริหารงาน

สิ่งที่ปรากฎอีกอย่างหนึ่งก็คือทั้งนาย Downey และนาย Holmes a Court มักจะเป็นข่าวในหน้าสื่อมวลชนร่วมงานสังสรรค์ในสังคมไฮโซทั้งในนครซิดนีย์และนครเมลเบิร์นเป็นประจำ

2016-04-10 สงครามไฮโซ5

ร้านอาหาร The Lemon Tree : ภาพประชาสัมพันธ์จาก broadsheet.com.au

ความล้มเหลวของร้านอาหารเชื่อว่าประการสำคัญมาจากการเลือกทำเลที่ตั้งผิดพลาด ซึ่งลูกค้ามักบ่นถึงเสียงดังและควันบุหรี่รบกวนมาจากบาร์ Ryan’s Bar ที่อยู่ติดกัน บาร์นี้เป็นสถานที่ที่นักธุรกิจและคนทำงานตามสำนักงานเข้ามาหาอะไรดื่มและสังสรรค์หลังเลิกงานและในตอนค่ำคืน   ซึ่งอดีตพนักงานคนหนึ่งของร้าน The Lemon Tree ผู้ไม่ขอเปิดเผยนามกล่าวว่า การเลือกทำเลที่ตั้งที่ผิดพลาดคือหายนะมาตั้งแต่เริ่มต้น

เขากล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้นทั้งสามคนยังมีความเห็นแตกต่างกันในการบริหารร้าน อีกทั้งผู้ส่งวัตถุดิบให้กับร้านถูกจ่ายเป็นเงินสดเมื่อมาส่งของที่ร้าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการทำร้านอาหารที่ไม่มีระบบ

นอกจากนั้นบริษัท Hong Australia Corporation ผู้จัดส่งไส้กรอกให้กับร้าน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลท้องถิ่น Fairfield เพื่อเรียกเงินค้างชำระจำนวน 4,000 เหรียญ

แต่นาย Downey ผู้ยังเป็นเจ้าของร่วมร้านอาหารและบาร์ Pelicano ที่ย่าน Double Bay กล่าวว่า การแยกกันทางธุรกิจและหว่างเขากับนาง McMahon เป็นไปอย่างฉันท์มิตรและทุกคนยังเป็นเพื่อนรักกัน เขาย้ำว่า “ไม่มีการตัดสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อนในหมู่พวกเรา”

(ขออนุญาตเสริม…อาจเป็นไปได้ที่ทั้งสามยังเป็นเพื่อนรักกัน จิงโจ้นิวส์เคยมีประสบการณ์ได้เห็นเพื่อนฟ้องเพื่อน แต่พวกเขาก็ยังคบหากันเหมือนเดิม โดยปล่อยให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสินข้อขัดแย้ง ซึ่งทำให้งงเหมือนกันเพราะสิ่งเหล่านี้เชื่อว่าน่าจะไม่มีในสังคมไทย)

นาย Michael McMahon บิดาของนาง McMahon เป็นเจ้าของภัตตาคาร Catalina ที่ย่าน Rose Bay มาอย่างยาวนานและเขาเป็นผู้ก่อตั้งภัตตาคาร Barrenjoey House ย้อนหลังไปในปี 1982 ซึ่งขณะนั้นมีเชฟโนเนมชื่อ Neil Perry ซึ่งปัจจุบันเป็นเชฟระดับแนวหน้าของโลกและเป็นเชฟระดับได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งออสเตรเลีย (AM) เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเอเชียและอาหารยุโรป

นาย McMahon ผู้เป็นพ่อได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ของบุตรสาว

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

 



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , ,

3 replies

  1. สวัสดีค่ะแอดมิน

    ติดตามข่าวจิงโจ้นิสว์มาตลอด ขอบคุณที่แปลและโพสข่าวให้อ่านเป็นประจำนะคะ
    มีข้อสงสัยสองอันในข่าวค่ะ
    1. ตรงประโยค ‘…นาย Tim Holmes a Court ทายาทเลือดสีน้ำเงินแห่งนครซิดนีย์’ คิดว่าคำว่าเลือดสีน้ำเงินคงตรงกับคำว่า blue blood ตรงนี้คง หมายถึง membership in a royal or socially important family หรือ a member of a royal or socially important family ใช่มั๊ยคะ พอดีลองหาคำแปลในดิกชันนารีดูแล้วเจอ
    2. ตรงประโยค ‘ร้านอาหาร The Lemon Tree เปิดตัวอย่างมีการประชาสัมพันธ์ใหญ่โตเมื่อเดือนตุลาคมปี 2014 ด้วยการวางตำแหน่งเป็นเกียกกายอาหารอิตาลีในย่านธุรกิจกลางใจเมือง…’ ไม่เข้าใจคำว่า ‘เกียกกาย’ ค่ะ คำนี้หมายถึงอะไรคะ

    พอดีอ่านข่าวอื่นๆเข้าใจหมด ยกเว้นข่าวนี้ มีที่สะดุดตาสองประโยคค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • 1.เลือดสีน้ำเงินมาจากคำว่า blue blood จริง ๆ คือผู้มีเชื้อสายจากตระกูลที่สูงศักดิ์หรือผู้สืบเชื้อสายจากราชนิกูล สำหรับตระกูล Holmes a Court เป็นตระกูลนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูง เคยเป็นตระกูลที่รวยที่สุดในออสเตรเลียและเป็นตระกูลแรกของออสเตรเลียที่มีความมั่งคั่งผ่านหลัก 1 พันล้านเหรียญ หลังจากผู้นำตระกูลสูญเสียชีวิตลง มีการแบ่งสมบัติให้ภรรยาและลูก ๆ เป็นอันเสร็จสินแล้ว จำได้ว่านาง Janet Holmes a Court ผู้เป็นภรรยายังมีชื่อเป็นสตรีที่รวยที่สุดในออสเตรเลียอยู่พักหนึ่ง สื่อมวลชนจึงเรียกนาย Tim Holmes a Court หลานย่าคนนี้ว่าเป็นทายาทเลือดสีน้ำเงินแห่งนครซิดนีย์ครับ

      2.คำว่าเกียกกาย แปลว่ากองเสบียงเป็นศัพท์ทหาร ต้นฉบับเขาใช้คำว่า pocket ที่แปลว่ากระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกง เวลาผมรายงานข่าวเป็นภาษาไทยผมแปลด้วยความรู้สึกไม่ได้แปลตามคำศัพท์แสงและรูปประโยค เมื่อมาเจอคำว่า pocket of Italian food เข้าก็อึ้งเหมือนกัน จะใช้คำว่าเสบียงก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เลยอ้อมแอ้มขอยืมคำโบราณมาใช้ เผื่อคนอ่านเจอแล้วผ่านเลยไปครับ

      ขอบคุณมากที่ติดตามอ่าน เจอคำสะกดผิดช่วยแจ้งมาด้วยนะครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: