สู่เดือนธันวาคม 2558

สู่เดือนธันวาคม 2558

 

2015-11-00  ธันวาคม1

ภาพจาก nationalgeographic.com

เดือนธันวาคมถือเป็นเดือนแรกของฤดูร้อนในออสเตรเลีย ความร้อนและอบอุ่นในส่วนต่าง ๆ บนผืนทวีปจะแตกต่างกันออกไป   ผมขออนุญาตยกตัวอย่างสภาพอากาศที่ซิดนีย์ เดือนนี้ถือเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด ฤดูร้อนในซิดนีย์มีอากาศสูงสุดเฉลี่ยที่ 25.8 องศาเซลเซียส และต่ำสุดที่เฉลี่ย 18.6 องศาเซลเซียส แต่ในช่วงกลางวันของบางวันอุณหภูมิอาจสูงถึง 40 องศาทีเดียว

ส่วนภาพที่เลือกมา เป็นภาพจาก nationalgeographic.com ถ่ายที่บลูเมาท์เทนส์ ผมจำได้ว่าเคยพาหลาน ๆ และนักศึกษาไปเที่ยวแคมปิ้งที่บลูเมาน์เทนส์ ตอนกลางคืนพวกเราออกไปส่องสัตว์ เดินเป็นชั่วโมง ไม่เจอสัตว์สักตัว กลับมาที่พัก เห็นแต่ตัวพอสซั่มมากินถั่วที่โปรยดักไว้เท่านั้น

พอตื่นเช้าขึ้นมารอบเต็นท์ที่พักมีจิงโจ้เต็มไปหมด เหมือนอย่างที่เห็นในภาพนี้ครับ

@@@@

ต้องขออภัยท่านผู้อ่านต่อการเสนอข่าวล่าช้าในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประการสำคัญก็คือ ผมได้แบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปทำงานอย่างอื่น ตามที่ผมเรียนให้ทราบใน “สู่เดือนพฤศจิกายน 2015”

อีกประการหนึ่งก็คือ ผมเริ่มหมดสนุกกับการเสนอข่าว ที่อุตส่าห์เสียเวลาทำวันละหลายชั่วโมง กลับถูกนำไปดัดแปลง ตัดต่อ แถมโดยหมายแจ้งจากการกระทำของบุคคลอื่น เข้าตำรา “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ”

ให้เสียดายต่อข่าวบางข่าวที่ผมได้สอดแทรกนัยบางอย่างเอาไว้ ซึ่งผู้คัดลอกอาจไม่เข้าใจเลยตัดทิ้งไป รวมถึงการตัดข้อความสีฟ้า และสีแดงอีกด้วย มันได้ทำให้ในช่วงเดือนที่ผ่านมาผมต้องชะลอการเสนอข่าวให้ล่าออกไป แต่ก็ได้ส่งรายงานข่าววันต่อวันให้กับผู้อ่านส่วนหนึ่งทางอีเมลแทน

ขอขอบคุณท่านผู้อ่าน โดยเฉพาะท่านที่ช่วยเผยแพร่ข่าวและบทความโดยเชื่อมต่อจากเว็ป jingjonews.com และท่านที่ช่วยกด share ในเฟสบุ๊คมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

 

ข่าวหลุดรายวัน

ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จิงโจ้นิวส์ไม่ได้เลือกข่าวหลายข่าวนำเสนอ แต่ก็ยังน่าสนใจที่จะเอ่ยถึงดังนี้ครับ

                                                                                                                                                                            เมื่อเสี่ยเทิร์นบูลล์บอกมหามิตรโอบามาให้เป็นสมาชิก NT   News

 

2015-11-01  ธันวาคม

นสพ. NT News ฉบับ 20 พ.ย. 2015

เหตุการณ์นี้ปรากฎในหนังสือพิมพ์ NT News ฉบับวันที่ 20 พฤศจิกายน 2015 เป็นภาพนาย Malcolm Turnbull นายกรัฐมนตรีถือหนังสือพิมพ์ NT News กับนาย Barak Obama ประธานาธบดีสหรัฐถือนสพ. New York Times แล้วมีคำพูดของนายกฯ Turnbull ว่า “นั้นไม่ใช่หนังสือพิมพ์ นี่ต่างหากหนังสือพิมพ์” แล้วด้านล่างมุมขวาเขียนไว้ว่า “นาย Turnbull บอกนาย Obama ให้เป็นสมาชิกนสพ. NT News”

หากดูแต่หน้าปกแล้วเห็นจะไม่รู้ความว่า NT News ต้องการสื่ออะไร!!! แต่เบื้องหลังเหตุการณนี้เกิดขึ้นเมื่อคราวที่สองผู้นำพบกันในที่รโหฐานในระหว่างการประชุม Asia Pacific Economic Cooperation Summit ที่ประเทศฟิลิปปินส์   ผู้นำสหรัฐได้ต่อว่านาย Turnbull ต่อการขาย Port of Darwin ให้กับกิจการลงทุนของรัฐบาลจีนโดยไม่ปรึกษาเขา

นาย Obama กล่าวว่าเขามาทราบเรื่องนี้เองจากหนังสือพิม์ the New York Times

แต่นาย Turnbull   กลับตอบว่าเรื่องขายให้จีนเขาไม่ได้ปิดบังอะไร หากนาย Obama เป็นสมาชิก the NT News ก็จะทราบเรื่องทั้งหมด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น NT News ได้หน้าจนเอามาขึ้นหน้าหนึ่ง ในขณะที่สื่อค่ายตรงข้าม มีปัญหาคาใจ ถึงกับกล่าวว่า หากนายกฯ Turnbull จะยกตัวอย่างทำไมไม่อ้างนสพ. the Financial Review หรือ the Australian แต่กลับไปอ้าง “หนังสือพิมพ์ที่ได้ชื่อว่ามีสาระน้อยที่สุดในประเทศ”

อ้อ…จะว่ากันจริง ๆ แล้วสื่อออสซี่ใช้คำแรงกว่านี้ว่า “Australia’s most irreverent newspaper” ครับ

บอลแพ้คนไม่แพ้….เหมือนใครหนอ!

 

2015-11-01  ธันวาคม3

นสพ. the Sunday Telegraph ฉบับ 22 พ.ย. 2015

ในอดีต..เรามักเห็นภาพคนออสซี่่ยื่นหน้าเถียงกันอย่างหน้าดำหน้าแดงแต่ไม่มีการชกต่อยกัน เพราะพวกเขายังสำนึกในกฎหมาย ใครลงมือก่อนมีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้กระทำผิดทำร้ายร่างกายระดับสามัญ หรือ common assault crimes act

นสพ.ไทย-ออสนิวส์เคยเสนอข่าวเมื่่อหลายปีมาแล้ว มีพนักงานเทศบาลเชื้อสายอินเดียผู้ทำหน้าที่ตรวจการจอดรถยนต์คนหนึ่งถูกเจ้าของรถเชื้อสายเอเชียตะวันออกชกหน้าหนึ่งหมัด เพราะไม่พอใจที่ถูกใบสั่งปรับ เขาได้รับค่าเสียหาย 500 เหรียญ พนักงานชาวอินเดียผู้เสียหายบอกว่าคุ้ม เขาภาวนาขอให้โดนชกวันละหมัด ได้ค่าปรับปีเดียวก็ซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ ตอนนั้นค่าแรงขั้นต่ำประมาณครึ่งหนึ่งของเงินสวัสดิการณ์คนว่างงานในปัจจุบัน บ้านราคาหนึ่งล้านในปัจจุบัน เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนราคาไม่ถึง 2 แสนเหรียญครับ

แต่เวลาผ่านไปพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงได้เปลี่ยนไปกาลเวลา หนังสือพิมพ์ the Sunday Telegraph ฉบับวันที่ 22 พฤศจิกายน 2015 เสนอข่าวการใช้ความรุนแรงของแฟนฟุตบอล (soccer) ต่างทีมหลังจบการแข่งขัน จนกลายเป็นประเพณีบอลแพ้แต่คนไม่แพ้เกิดขึ้น เหมือนแฟนบอลของบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นิยมปฏิบัติกันมาช่วงหนึ่ง.. แต่เดียวนี้ไม่มีแล้ว..มั้ง

ล่าสุดสมาคมฟุตบอลออสซี่ หรือ FFA แจ้งแก่ตำรวจทุกรัฐถึงเรื่องการสั่งลงโทษแฟนบอลจอมบู้ด้วยการห้ามเข้าชมฟุตบอลทั่วประเทศจำนวน 198 คน

แฟนบอลทีมสโมสรจอมโหด Western Sydney Wanderers เจอแบนมากที่สุดถึงเกือบครึ่งด้วยจำนวน 90 คน ตามด้วยแฟนบอลเลือดร้อนจากทีม Melbourne Victory 37 คน อันดับสามจากทีมเมืองคนดุ Perth Glory จำนวน 21 คน

ผู้ที่โดนแบนยาวที่สุดคือนาย Gerard Curly Atielmile แฟนบอลทีม Melbourne Victory ถูกสั่งห้ามเขาสนามแข่งขันใด ๆ เป็นเวลา 21 ปี รองลงมาคือนาย Joel Rizzo แฟนบอลทีม Western Sydney Wanderers เจอสั่งแบน 20 ปี

ในกลุ่มนิยมความรุนแรงหลังการแข่งขันมีแฟนเชียร์บอลผู้หญิงด้วย ผู้โดนสั่งแบนสูงสุดคือนาง (หรือน.ส.) Samantha Wilkes ถูกสั่งแบน 5 ปีครับ

ยินดีตอนรับสู่ออสเตรเลีย

2015-11-01  ธันวาคม4

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (ภาพชั่วคราวจากนสพ. ผู้จัดการ)

จิงโจ้นิวส์ขอกล่าวแสดงความต้อนรับพล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่ตัดสินใจลาออกจากราชการเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาด้วยวัย 57 ปี และเลือกนครเมลเบิร์นเป็นที่พักอาศัยถาวร

ยังไม่หมด หากมีเวลาจะมาเติมต่อที่หลังครับ



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: