ปัญหาข่มขู่ทางเพศแบคแพคเกอร์แลกวีซ่า ยังไม่หมดคราวนี้เกิดขึ้นในรัฐควีนแลนด์

ฟาร์มแห่งหนึ่งที่  Lockyer Valley ภาพจาก news.com

ฟาร์มแห่งหนึ่งที่ Lockyer Valley ภาพจาก news.com

2 ส.ค. 2015 จิงโจ้นิวส์เคยเสนอข่าวถึงนายจ้างในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (NT) รายหนึ่งพยายามใช้เงื่อนไขวีซ่าและสภาพความห่างไกลจากชุมชนในการบีบบังคับให้แรงงานแบคแพคเกอร์สาวให้บริการความสุขทางเพศแก่เขา ล่าสุดแบคแพคเกอร์สาวทำงานในฟาร์มทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนสแลนด์ก็ถูกบังคับให้บริการความสุขทางเพศแก่เจ้าของฟาร์มเพื่อแลกกับการรับรองการทำงานเพื่อต่อวีซ่า

นาย Kevin Cocks ประธานคณะกรรมการต่อต้านการเลือกที่รักมักที่ชังแห่งรัฐควีนสแลนด์ (QADC) กล่าวว่า หน่วยงานของเขาได้รับการร้องเรียนประมาณ 10 ถึง 12 ครั้งถึงการเอาเปรียบแรงงานในพื้นที่ Lockyer Valley ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา

เขากล่าวว่า กฎหมายการเข้าเมืองในปัจจุบันได้กลายเป็นเครื่องมือของนายจ้างที่ไม่ซื่อสัตย์ใช้มันในการเอาเปรียบลูกจ้างชาวต่างชาติ ทั้งนี้ภายใต้กฎหมายการเข้าเมืองในอนุมาตราว่าด้วยวีซ่าเข้าเมือง 417 กำหนดให้ชาวต่างชาติจะต้องทำงานในพื้นที่ชนบทเป็นเวลา 3 เดือน จึงสามารถต่อวีซ่าทำงานท่องเที่ยวของพวกเขาเป็นเวลา 1 ปี

ด้วยข้อกำหนดของกฎหมายนี้ ทำให้นายจ้างที่มีจิตใจไม่บริสุทธิใช้มันกระทำผิดในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้นว่าแบคแพคเกอร์ชายมักถูกเอาเปรียบในเรื่องของค่าจ้างและที่พักอาศัย ในขณะที่แบคแพคเกอร์หญิงมักจะออกมาในรูปของการคุกคามทางเพศ

อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น แทบจะไม่มีแบคแพคเกอร์คนใดแจ้งความกับตำรวจ เพราะพวกเขามีวัฒนธรรมที่ไม่ไว้วางใจต่อคนของทางการเป็นทุนเดิม หรือไม่ก็กลัวว่าพวกเขาอาจจะถูกส่งกลับประเทศถ้าไปแจ้งความ

ทางด้านโฆษกของสำนักงานตำรวจรัฐควีนสแลนด์ออกมายืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่า มีการคุกคามทางเพศต่อแรงงานแบคแพคเกอร์โดยนายจ้างแต่อย่างใด

นาย Cocks กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่หากมองในด้านของสิทธิมนุษยชน   แต่ในระดับของการปฏิบัติการ ถ้าไม่มีแบคแพคเกอร์ยอมทำงานในฟาร์ม เกษตรกรเองก็จะเป็นผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตามปัญหานายจ้างที่ไร้ศีลธรรมจะถูกขจัดให้หมดไปถ้าแบคแพคเกอร์แจ้งความ และหน่วยงานของรัฐให้ความคุ้มครองผู้เสียหาย

รัฐบาลรัฐสามารถเข้ามาช่วยได้ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดในการรับลูกจ้างแก่นายจ้างมีประวัติไม่ดี (จิงโจ้นิวส์จำได้ว่าในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีได้แก้ไขด้วยการให้เจ้าของฟาร์มประพฤติไม่ชอบว่าจ้างได้เฉพาะลูกจ้างผู้ชาย หากเป็นผู้หญิงจะต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไป)

ในขณะที่ชุมชนท้องถิ่นสามารถมีบทบาทสำคัญด้วยการสร้างความใกล้ชิดกับแรงงานแบคแพคเกอร์ ให้ความช่วยเหลือพวกเขาไม่ให้รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้า ซึ่งเท่ากับเป็นการช่วยเหลือชุมชนของตนเองไม่ให้เสื่อมเสีย เพราะแบคแพคเกอร์ที่ถูกกระทำอาจจะนำเรื่องเลวร้ายไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์   จนทำให้ชุมชนได้รับความเสียหายจากการทำไม่ดีของคนเพียงคนเดียว เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นที่ Lockyer Valley

jingjonews@hotmail.com



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: