Alan Bond นักธุรกิจผู้เป็นทั้ง วีรบุรุษ-คนดี-คนเลวเสียชีวิตแล้ว

นสพ. the Telegraph ฉบับ 6 มิ.ย. 2015 เป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์หลักออสเตรเลียแทบทุกฉบับขึ้นหน้าหนึ่งเสนอข่าวการเสียชีวิตของนาย Alan Bond

นสพ. the Telegraph ฉบับ 6 มิ.ย. 2015 เป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์หลักออสเตรเลียแทบทุกฉบับขึ้นหน้าหนึ่งเสนอข่าวการเสียชีวิตของนาย Alan Bond

06 มิ.ย. 2015 นาย Alan Bond นักธุรกิจผู้เคยประสบความสำเร็จนำเรือ Australia II สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการชนะศึกแห่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี American’s Cup ในปี 1983 และผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยบอนด์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของออสเตรเลียได้เสียชีวิตแล้วเมื่อวานนี้ที่ 5 มิถุนายน ด้วยวัย 77 ปี

นาย Bond ได้ล้มป่วยในอาการค่อนข้างหนักจนต้องเข้าทำการผ่าตัดหัวใจเมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายนและไม่ฟื้นคืนสติกลับมา จนกระทั่งสมาชิกในครอบครัวตัดสินใจยอมให้แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจออก   เป็นการจบชีวิตของบุคคลที่สร้างตัวตนเองจนเป็นมหาเศรษฐีในระดับต้น ๆ ของประเทศ ก่อนถึงคราวตกอับเป็นหนี้นับพันล้านเหรียญ และต้องติดคุกเป็นเวลาสี่ปีจากกรณีฉ้อฉล 1.2 พันล้านเหรียญในคดีอื้อฉาว Bell Resource

ในจำนวนบุคคลสำคัญที่ออกมากล่าวไว้อาลัยกับการจากไปของนาย Bond ก็คือนาง Julie Bishop ร.มว.การต่างประเทศผู้ซึ่งอดีตสามีของเธอเคยทำงานให้กับนาย Bond ในช่วงทศวรรษที่ 1980s โดยเธอกล่าวว่า “ตลอดชีวิตของเขา นาย Alan Bond ได้ร้บประสบการณ์กับช่วงที่ขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด แต่จะมีคนไม่มากนักที่จะลืมถึงความพยายามของเขาในนำเรือ Australia II ชนะรายการ American’s Cup ในปี 1983…….เขาจะเป็นที่รำลึกถึงจากบุคคลในครอบครัวและเพื่อน ๆ”

นาย Bill Shorten ผู้นำพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า “ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่านาย Alan Bond เป็นบุคคลที่มีความซับซ้อนและมีข้อขัดแย้ง สำหรับสิ่งที่ดีกว่าและเลวกว่า (แต่เรื่องราวของ) นาย Alan Bond จะอยู่ในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียไปตลอดกาล”

นาย Alan Bond และนาย Bob Hawke อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ลงทุนตัดสูทออสเตรเลีย II ร่วมฉลองวันครบรอบ 30 ปีที่เรือ Australia II ชนะรายการ American's Cup ในปี 2013

นาย Alan Bond และนาย Bob Hawke อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ลงทุนตัดสูทออสเตรเลีย II ร่วมฉลองวันครบรอบ 30 ปีที่เรือ Australia II ชนะรายการ American’s Cup ในปี 2013

นาย Bob Hawke ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะที่นาย Bond ชนะรายการ American’s Cup ครั้งแรกและครั้งเดียวของออสเตรเลียผู้เคยกล่าวประโยคประวัติศาสตร์ในคืนที่ได้รับชัยชนะว่า ….นายจ้างออสซี่คนใดที่ปลดพนักงานออกจากงานเพราะเหตุขาดงานหลังจากชนะ American’s Cup คือไอ้พวกเสียชาติเกิด…..กล่าวว่า “เมื่อทำสมดุลในชีวิตของนาย Alan Bond ในเทอมที่มีต่อประเทศชาติ เขายังถูกจัดอยู่ในระดับสูงในเทอมของการมีส่วนให้สิ่งที่ดี ๆ กับประเทศชาติ”

การที่นาย Bond เป็นผู้ทำให้ออสเตรเลียชนะรายการ American’s Cup มาให้กับออสเตรเลีย และทำให้สโมสร New York Yacht Club ของสหรัฐสูญเสียแชมป์ที่ครองติดต่อกันมา 132 ปี ได้กลายเป็นสิ่งที่ชาวออสเตรเลียไม่ลืมและหลายคนให้อภัยเขา   แต่อาจจะไม่ได้รับการให้อภัยจากบรรดาเจ้าหนี้อีกหลายรายที่ต้องล้มละลายตาม หลังจากเขาประกาศล้มละลายในปี 1992 พร้อมกับไม่สามารถชำระหนี้จำนวน 1.8 พันล้านเหรียญ

ในปี 1997 นาย Bond ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 7 ปี จากความผิดฉ้อฉลต่อการเข้าซื้อกิจการ Bell Resources แล้วผ่องถ่ายเงินจำนวน 1.2 พันล้านเหรียญเข้าไปในกิจการกองทุนต่าง ๆ ของ Bond Corporation เพื่อผยุงฐานะของกิจการที่กำลังย่ำแย่แต่เปลือกนอกยังดูดี

ปี 1997 เช่นกันในช่วงติดคุกเขาถูกถอดถอนเครื่องราชฯ Order of Australia ที่ได้รับมาในปี 1984 จากคุณงามความดีนำเรือ Australia II ชนะรายการ American’s Cup ในปี 1983

นาย Alan Bond จัดงานวันเกิดขณะอยู่ที่เรือนจำ Karnet Prison โดยมี Diana Bliss ภรรยาและนาง Rose Hancock Porteous (เสื้อแดง) อดีตผู้หญิงเอเชียที่รวยที่สุดในออสเตรเลียและอดีตแม่เลี้ยงและคู่กัดของนาง Gina Rinehart คนรวยอันดับหนึ่งของประเทศเข้าร่วมฉลองวันเกิด

นาย Alan Bond จัดงานวันเกิดขณะอยู่ที่เรือนจำ Karnet Prison โดยมี Diana Bliss ภรรยาและนาง Rose Hancock Porteous (เสื้อแดง) อดีตผู้หญิงเอเชียที่รวยที่สุดในออสเตรเลียและอดีตแม่เลี้ยงและคู่กัดของนาง Gina Rinehart คนรวยอันดับหนึ่งของประเทศเข้าร่วมฉลองวันเกิด

นาย Bond ถูกคุมขังในแดนคุ้มกันหนาแน่นของเรือนจำ Karnet Prison ในนครเพิร์ทในรหัสนช. 80101 ที่เรือนจำเขาได้รับฉายาว่า Big Con ก็เนื่องจากเขาต้องคดีฉ้อฉลรายใหญ่ที่สุดเท่าที่ผู้ร่วมเรือนจำรู้จักมา

แต่ชีวิตในเรือนจำของเขาไม่ลำบากเสียทีเดียว เพราะนาย Bond มีผู้คุ้มกันเขาในคุกถึงสองคน คือนช. Ian Jefferies นักโทษคดีปล้นธนาคารที่เขาช่วยสอนให้อ่านและเขียนหนังสือให้ กับนช. Sid Beehag อดีตนักเลงที่ทำหน้าที่อารักขาเขา

นาย Bond สามารถเรียนรู้เทคนิคในการอยู่รอดและอยู่อย่างสบายภายในเรือนจำ เขาสามารถจองสนามเทนนิสของเรือนจำโดยใช้ชื่อ 1 ใน 10 ชื่อเพื่อให้แน่ใจว่าเขาสามารถลงเล่นเทนนิสได้ในทุกวันตามเวลาที่เขาต้องการ

หรือการใช้โทรศัพท์เรือนจำมีกฎอนุญาตให้นักโทษใช้ได้ไม่เกิน 10 นาที และโทรติดต่อได้เฉพาะหมายเลขที่แจ้งไว้กับเรือนจำเท่านัเน แต่นาย Bond มีนักโทษคนอื่น ๆ เป็นผู้แจ้งหมายเลขที่เขาต้องการติดต่อและโอนโควต้าเวลาให้กับเขา

ภายในห้องนอนที่ทุกคนต้องดูแลทำความสะอาดเอง นาย Bond ก็ไม่ต้องทำ เขาจ้างนักโทษคนหนึ่งช่วยทำความสะอาดให้ในทุก ๆ วันด้วยค่าจ้างเพียวโค้กวันละกระป๋องเท่านั้น นอกจากนั้นเขายังได้รับหนังสือพิมพ์ the Australian Financial Review อ่านส่วนตัวในทุก ๆ เช้าอีกด้วย

ในปี 2000 นาย Bond ได้รับการปล่อยออกมาจากเรือนจำ หลังจากติดคุกได้ 4 ปี พร้อมกับการปลดหนี้ 1.8 พันล้านเหรียญจากการเป็นบุคคลล้มละลาย

เขาหายหน้าไปจนกระทั่งปี 2003 จึงได้ออกสื่อฯว่า เขาประสบความสำเร็จในธุรกิจเหมืองน้ำมันในมาดากัสการ์และเหมืองเพชรในราชอาณาจักรเลโซโทในทวีปแอฟริกา

ในปี 2008 นิตยสาร BRW จัดอันดับนาย Bond เป็นบุคคลที่รวยในอันดับที่ 157 คนประเทศ ด้วยความมั่งคั่ง 265 ล้านเหรียญ จากการลงทุนในกิจการเหมือง Madagascar Oil ในประเทศมาดากัสการ์ และกิจการ Global Diamond Resources ในประเทศเลโซโท   แต่ในปีต่อ ๆ มาไม่ปรากฎชื่อของนาย Bond อยู่ในอันดับคนรวย 200 คนแรกอีกเลย

อีกสิ่งหนึ่งที่นาย Bond ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังก็คือมหาวิทยาลัยบอนด์ ที่เมืองโกลด์โคสต์ รัฐควีนสแลนด์ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 ถือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกในออสเตรเลีย และปัจจุบันมหาวิทยาลัยยังคงชื่อเขาไว้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

มหาวิทยาลัยบอนด์ (BU) ที่เมืองโกลด์โคสต์

มหาวิทยาลัยบอนด์ (BU) ที่เมืองโกลด์โคสต์

jingjonews@hotmail.com



Categories: ข่าวออสเตรเลีย, บทความทั่วไป

Tags: , , ,

1 reply

Trackbacks

  1. ราชทัณฑ์แกัปัญหานักจิตวิทยาหญิง คนแล้วคนเล่าตกหลุมรักนักโทษหนุ่ม | jingjonews

Leave a Reply

%d bloggers like this: