นายกฯเล่นบทเข้มถอนสัญชาติ ผู้ไม่พึงประสงค์ แม้เป็นคนรุ่นสองเกิดในปท.

นสพ. the Australian ฉบับ 27 พ.ค. 2015 เสนอข่าวนายกฯ Tony Abbott เพิ่มความเข้มงวดในการทดสอบเพื่อได้รับสัญชาติและการถอนสัญชาติผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติ

นสพ. the Australian ฉบับ 27 พ.ค. 2015 เสนอข่าวนายกฯ Tony Abbott เพิ่มความเข้มงวดในการทดสอบเพื่อได้รับสัญชาติและการถอนสัญชาติผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติ

27 พ.ค. 2015 ชาวออสเตรเลียจะถูกขอให้ลงความเห็นว่าพวกเขาต้องการให้การทดสอบเพื่อได้รับสัญชาติออสเตรเลียมีความรัดกุมเพิ่มขึ้นหรือไม่ และรวมถึงความเห็นเกี่ยวกับความจงรักภัคดีต่อประเทศชาติ, การไม่แบ่งแยกในคุณค่าและหลักยุติธรรมของประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “การปรึกษาสาธารณะ” หรือ “national conversation” เกีี่ยวกับสิทธิในการเป็นคนออสเตรเลีย

การเคลื่อนไหวครั้งนี้รัฐบาลมีจุดประสงค์ในการต่อต้านการเกลียดชังทางเชื้อชาติที่นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น และยังเป็นเกราะคุ้มกันความเชื่อมแน่นทางสังคม   “การปรึกษาสาธารณะ” ยังรวมถึงการถอนสัญชาติของผู้เกิดในออสเตรเลียจากบิดาหรือมารดาผู้อพยพมาจากต่างประเทศอีกด้วย

นาย Tony Abbott นายกรัฐมนตรีพยายามผลักดันให้เกิดความเคารพและความภาคภูมิใจต่อการเป็นคนออสเตรเลีย และความเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือสัญชาติออสเตรเลีย   ซึ่งเขากล่าวว่า เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องมี “การปรึกษาสาธารณะ”

เพื่อให้งานเดินไปตามแผนรัฐบาลได้แต่งตั้งนาย Philip Ruddock อดีตร.มว.การเข้าเมือง (ในระหว่างปี 1996-2003) ขึ้นมารับหน้าที่นี้

นาย Ruddock กล่าวว่า รัฐบาลเคารพในความหลายหลากทางวัฒนธรรม, เคารพการสืบทอดมรดกดั่งเดิมของทุกเชื้อชาติ และเคารพในความเชื่อทางศาสนา แต่สิ่งที่รัฐบาลขอก็คือการยอมรับในคุณค่าเดียวกัน เพื่อให้สังคมของประเทศดำรงไปอย่างราบรื่น โดยไม่มีใครผ่าเหล่าออกมาแปลกแยกความเห็นไปจากหลักการอยู่ร่วมกันของส่วนรวม

นอกจากนั้นยังมีส่วนปลีกย่อยสำคัญของความพยายามครั้งนี้ก็คือ “การรับมือกับการก่อการร้ายทั้งปวง” รัฐบาลยืนยันว่าพรบ.แก้ไขกฎหมายสัญชาติฉบับใหม่ จะเพิ่มอำนาจให้รัฐมนตรีกระทรวงการเข้าเมือง (นาย Peter Dutton) มีอำนาจในการเพิกถอนสัญชาติออสเตรเลีย จากผู้ถือสัญชาติสองสัญชาติที่เข้าไปมีกิจกรรมการก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม al-Qa’eda, Boko Haram, al-Nusra หรือรัฐอิสลาม (IS) ก็ตาม

นาย Abbott กล่าวว่า ขณะนี้มีชาวออสเตรเลียประมาณ 100 คนได้เข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลาง ในจำนวนนี้ประมาณ 40% หรือถึงกึ่งหนึ่งเป็นผู้ถือสองสัญชาติ   ซึ่งภายใต้พ.ร.บ.นี้หมายถึงพวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้กับเข้ามาในประเทศอีกตลอดกาล (ในขณะที่ผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียอย่างเดียว หากกลับเข้ามาจะถูกดำเนินคดี และเผชิญกับโทษจำคุกไม่เกิน 25 ปี)

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาแนวความคิดที่จะเพิกถอนสัญชาติแก่บุคคลที่เกิดจากผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียในรุ่นที่สอง (second-generation Australians ) ผู้ซึ่งมีสิทธิได้สัญชาติตามสัญชาติเดิมของบิดาหรือมารดา ซึ่งเป็นแนวความคิดเดียวกับที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรและในประเทศพันธมิตรบางประเทศ

อย่างไรก็ตามในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมาแนวความคิดนี้ ได้ถูกนาย Malcolm Turnbull ร.มว.คมนาคมคัดค้าน โดยมีนาง Julie Bishop ร.มว.ต่างประเทศสนับสนุนบนเหตุผลของความไม่พร้อมของข้อมูล   นอกจากนั้นนาย George Brandis ร.มว.สำนักงานอัยการและนาย Kevin Andrews ร.มว.กลาโหมยังแย้งว่า ยังไม่สมควรเอาเรื่องเพิกถอนสัญชาติแก่บุคคลที่เกิดจากผู้ถือสัญชาติในรุ่นที่สองมาอยู่ในวาระประชุมจนกว่าจะมี “การปรึกษาสาธารณะ” เสียก่อน

นาย Ruddock กล่าวว่า ออสเตรเลียกำลังก้าวเข้าสู่ประเทศที่มีวัฒนธรรมหลายหลากอย่างสมบูรณ์ จำเป็นต้องมีคุณค่าและหลักยุธิธรรมอย่างเดียวกันที่ทุกคนจะต้องยึดเนี่ยว เมื่อประเทศมีผู้ถือสัญชาติเป็นคนที่เกิดนอกประเทศ 25% หากความหลากหลายของวัฒนธรรมมีปัญหาขึ้นมา โดยปราศจากเกราะใด ๆ คุ้มกัน ออสเตรเลียก็จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบปัญหาทางสังคมที่หนักที่สุดในโลก ซึ่งประชาชนและรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้น

นาย Philip Ruddock

นาย Philip Ruddock

jingjonews@hotmail.com



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: