เตือนอันตราย 95% อาหารนำเข้า ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย

นสพ. The Telegraph ฉบับวันที่ 17 ก.พ. 2015 เสนอข่าวออสเตรเลียบกพร่องต่อการตรวจสอบอาหารนำเข้า ทำให้ออสซี่ 9 คนเป็นเหยื่อไวรัสตับอักเสบเอ

นสพ. The Telegraph ฉบับวันที่ 17 ก.พ. 2015 เสนอข่าวออสเตรเลียบกพร่องต่อการตรวจสอบอาหารนำเข้า ทำให้ออสซี่ 9 คนเป็นเหยื่อไวรัสตับอักเสบเอ

17 ก.พ. 2015 ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อได้ออกมาเตือนว่า ชาวออสเตรเลียต้องตกอยู่ในสภาพเสี่ยงสูง เนื่องจากผลไม้และผักสดที่นำเข้ามาวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตเกือบทั้งหมดไม่ได้ผ่านการตรวจสอบด้านสุขอนามัย

ชาวออสเตรเลียเสี่ยงต่อเชื้อโรคดื้อยาปฏิชีวนะและสารเคมีอื่น ๆ ที่ปนอยู่ในพืชผักและผลไม้ที่ปลูกในต่างประเทศ อย่างเช่นประเทศจีนซึ่งนิยมใช้อุจาระมนุษย์และมูลสัตว์เป็นปุ๋ย

การออกมาเตือนเกิดขึ้นหลังจาก มีผู้ป่วยจำนวน 9 คนติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบเอหลังจากรับประทานผลเบอร์รี่รวมที่นำเขาจากประเทศจีน ตามที่จิ้งโจ้นิวส์เสนอข่าวในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ในหัวข้อ “เรียกเก็บผลไม้เบอร์รี่แช่แข็ง หลังพบมีเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ

ศจ. Peter Collignon ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อจากมหาวิทยาลัยออสเตรเลียนเนชั่นแนล (ANU) กล่าวว่า มีหลายประเทศที่ออสเตรเลียนำเข้าผักและผลไม้ปลูกจากการใช้น้ำจากแม่น้ำลำคลองที่ถูกใช้เป็นที่ระบายสิ่งโสโครกจากการขับถ่ายของเสียและปล่อยสารเคมีจากโรงงาน     พวกเขาไม่ได้เพาะปลูกตามมาตรฐานอย่างที่เกษตรกรในประเทศปฏิบัติ

เมื่อสุดสัปดาที่ผ่านมาบริษัท Patties Foods ในรัฐวิกตอเรียได้เรียกเก็บผลไม้เบอร์รี่รวมแช่แข็งยี่ห้อ Nannas ขนาด 1 กิโลกรัม และผลไม้เบอร์รี่รวมแช่แข็งยี่ห้อ Creative Gourmet Mixed Berries ขนาด 300 กรัม และ 500 กรัมซึ่งนำเข้าจากประเทศจีนออกจากแผงขายทั่วประเทศ หลังจากมันกลายเป็นเป้าสงสัยว่าจะปะปนเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ

ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอแล้ว 9 คน   จากรัฐวิกตอเรีย 2 คน, รัฐนิวเซาท์เวลส์ 3 คน และรัฐควีนสแลนด์อีก 4 คน หลังจากพวกเขารับประทานเบอร์รี่รวมยี่ห้อ Nannas

ศจ. Collignon กล่าวว่า เชื้อโรคสามารถกำจัดได้ด้วยการปรุงอาหารให้สุก แต่ผลไม้และผักสดส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะนิยมกินสด โดยเฉพาะผลไม้   จึงมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ

นาง Vicky Sheppeard ผู้อำนวยการฝ่ายโรคติดต่อของกระทรวงสาธารณสุขรัฐน.ซ.ว.กล่าวว่า เป็นเรื่องแปลกที่คน 9 คนในต่างรัฐกันติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ และทุกคนอ้างว่าได้รับประทานผลเบอร์รี่รวมจากสินค้ายี่ห้อเดียวกัน

นาย Andrew White ผู้อำนวยการสมาคม AUSVEG ซึ่งเป็นตัวแทนของเกษตรกรปลูกผักเกือบ 9,000 รายทั่วประเทศได้กล่าวตำหนิกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรออสเตรเลียว่า ได้ทำให้ประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยงด้วยการใช้ระบบการควบคุมความสะอาดของผักสดในสองมาตรฐาน

เขากล่าวว่า ผลการศึกษาในอดีตระบุว่าเกษตรกรจีนได้ใช้อุจาระและมูลสัตว์มาทำปุ๋ยและยังใช้ยาปฏิชีวนะเข้มข้นจนทำให้แมลงเกิดดื้อยา สินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้ถูกนำเข้ามาขายแข่งกับผักมีคุณภาพที่ปลูกภายในประเทศด้วยราคาที่ถูกกว่า

โฆษกของกระทรวงเกษตรกล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาได้นำอาหารที่ถูกจัดกลุ่มมีความเสี่ยงสูงมาทำการทดสอบ โดยได้พบผลพีช (peach) กระป๋องนำเข้าจากจีนมีปริมาณสารตะกั่วในระดับอันตราย, พบถั่วลิสงคั่วจากจีนมีสารพิษอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin สารพิษที่ผลิตออกมาจากเชื้อรา) ในปริมารสูง, พบอีโคไล (Escherichia coli) ในหอยนางรมนำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, พบสาหร่ายแห้งจากจีนมีสารไอโอดีนระดับสูง (เสียงต่อโรคคอหอยพอกเป็นพิษ หรือ Grave’ s disease และโรคผอมแห้งแรงน้อย) และพริกป่นที่มีเชื้อซาลโมเนลลา (salmonella) ในระดับอันตราย

อย่างไรก็ตามกระทรวงยอมรับว่า อาหารนำเข้าถูกนำมาตรวจสอบในระดับร้อยละ 5 เท่านั้น



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: