บารัค โอบามาขอออสซี่ส่งทหาร ช่วยรบภาคพื้นดินในอิรักอีก

ภาพหน้าหนึ่งนสพ. the Daily Telegraph ฉบับวันที่ 11 พ.ย. 2014 เป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์หลักแทบทุกฉบับของออสเตรเลียเสนอข่าวผู้นำสหรัฐร้องขอออสเตรเลียส่งทหารไปอิรักเพิ่มอีก 200 นาย

ภาพหน้าหนึ่งนสพ. the Daily Telegraph ฉบับวันที่ 11 พ.ย. 2014 เป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์หลักแทบทุกฉบับของออสเตรเลียเสนอข่าวผู้นำสหรัฐร้องขอออสเตรเลียส่งทหารไปอิรักเพิ่มอีก 200 นาย

11 พ.ย. 2014 นาย Barack Obama ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ใช้เวทีประชุม APEC (การประชุมเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก) ที่จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในระหว่างวันที่ 11 ถึง 12 พฤศจิกายนร้องขอให้รัฐบาลออสเตรเลียส่งทหารภาคพื้นดินทำหน้าที่ฝึกอบรมอีก 200 คนไปอิรัก เพื่อช่วยทหารอิรักปฏิบัติการวางแผนต่อต้านกำลังก่อการร้ายรัฐอิสลาม หรือ ISIL หรือ ISIS หรือ IS

การตัดสินใจในภาควาจาเกิดขึ้นภายในสถานทูตสหรัฐในกรุงปักกิ่งเมื่อนาย Obama และนาย Tony Abbott นายกรัฐมนตรีเห็นพ้องในหลักการ ตามคำขอของผู้นำสหรัฐ และเป็นที่เชื่อว่าการขอกำลังทหารอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐจะตามมาในเร็ววันนี้

คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ (NSC) ซึ่งองค์กรอิิสระสูงสุดด้านความมั่นคงออสเตรเลียที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีเพิ่งจะอนุมัติในการส่งทหารหน่วยรบเฉพาะกิจจำนวน 200 นายไปยังอิรัก และเชื่อว่า NSC จะต้องพิจารณาเพิ่มการส่งทหารไปอิรักตามคำขอของสหรัฐอีกรอบหนึ่ง

นาย Abbott ย้ำว่าบทบาทของกองทหารภาคพื้นดินในอิรัก จะเป็นกองกำลังพิเศษมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาในการต่อสู้กับกองกำลังรัฐอิสลาม โดยไม่มีหน้าที่รบแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองอาวุโสของออสเตรเลียกล่าวว่า ในสัปดาห์นี้สหรัฐได้ประกาศที่จะส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการในอิรักอีก 1,500 นาย    จากที่ปฏิบัติการอยู่แล้ว 1,600 นาย   และเป็นที่คาดว่าออสเตรเลียจะต้องเพิ่มบทบาทของทหารที่ปรึกษาและสนับสนุนการรบอีกเท่าตัวเช่นกัน

เป็นที่เชื่อว่า กองกำลังทหารออสเตรเลียจะเข้าไปมีส่วนในภารกิจ “วางแผน, หยุดยั้ง, ขัดขวางและทำลายร้าง” ฝ่ายตรงข้าม เป็นต้นว่าวางกลยุทธในการตัดกำลังกองกำลังรัฐอิสลามไม่ให้เข้ายึดแหล่งสูบน้ำมัน ซึ่งหากพวกเขาทำได้มันจะกลายเป็นแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่มของพวกเขา

รับทำภารกิจ “โครงการสร้างเสริมความมั่นคง” เช่นจัดตั้งแคมป์ฝึกการรบให้กับทหารอิรักและชาวเคิร์ด เพื่อปกป้องเมืองและภูมิภาคที่เป็นจุดยุทศาสตร์สำคัญ รวมถึงการชิงเมืองที่กองกำลังรัฐอิสลามยึดไปกลับคืนมา

และเป็นที่คาดว่า กองทหารกลุ่มนี้จะถูกส่งไปในพื้นที่ตอนเหนือของอิรัก รวมถึงที่จังหวัด Anhar สถานที่ที่กองกำลังรัฐอิสลามจับประชาชนชาวเคิร์ดที่รวมถึงผู้หญิงและเด็กจำนวน 322 คนมาสังหารหมู่อย่างเหี้ยมโหด จากนั้นนำร่างของพวกเขามาสับเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนทิ้ง



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: