อดีตนายกฯ Gough Whitlam ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 98 ปี

นสพ. The West Australian ฉบับ 22 ต.ค. 2014 เป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับที่เสนอข่าวการเสียชีวืจของนาย Gough Whitlam อดีตนายกฯผู้ยิ่งใหญ่ของออสเตรเลีย

นสพ. The West Australian ฉบับ 22 ต.ค. 2014 เป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับที่เสนอข่าวการเสียชีวืจของนาย Gough Whitlam อดีตนายกฯผู้ยิ่งใหญ่ของออสเตรเลีย

22 ต.ค. 2014 นาย Gough Whitlam นายกรัฐมนตรีระยะ 3 ปีและเป็นผู้เปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองรุ่นใหม่ของออสเตรเลีย ได้เสียชีวิตด้วยวัย 98 ปี เมื่อเช้าวันที่ 21 ตุลาคม 2014

นาย Whitlam นำพรรคเลเบอร์ชนะการเลือกตั้งในวันที่ 2 ธันวาคม 1972 ด้วยคำคมในระหว่างหาเสียงว่า “It’s time” จนสามาถยุติการเป็นรัฐบาล 23 ปีของรัฐบาลอนุรักษ์นิยม ก่อนที่เขาจะถูกถอดออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยเซ่อร์ John Kerr ผู้แทนพระองค์ฯในวันที่ 11 พฤศจิกายน 1975 ที่กลายเป็นความสับสนทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองออสเตรเลีย

แต่เป็นสามปีที่รัฐบาลนาย Whitlam ทำการเปลี่ยนแปลงสังคมของออสเตรเลียอย่างสิ้นเชิง ในยุคของคนรุ่น Baby Boomer เข้ามารับผลประโยชน์แบบเต็ม ๆ ด้วยการปฏิรูปนโยบายต่าง ๆ มากมายที่ถูกเรียกว่า “the program” อาทิเช่นเป็นผู้ให้กำเนิดโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติ Medibank, ยกเลิกค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัย (ในยุคนั้นคนออสเตรเลียและคนต่างชาติเรียนฟรี), แนะนำเงินช่วยเหลือแก่โรงเรียนเอกชนและการให้เงินอุดหนุนโรงเรียนตาม “ฐาน-ความต้องการ”, คืนสิทธิดินแดนทางประเพณีในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีให้กับชนเผ่า Gurindji, เปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศจีน, ถอนทหารออกจากเวียดนาม, แนะนำกฎหมายการหย่าร้างที่ผู้ขอหย่าไม่ต้องชี้แจงเหตุผล หรือ no-fault divorce, ผ่านร่างกฎหมายการเลือกที่รักมักที่ชังทางเชื้อชาติ, ขัดขวางการขุดเจาะสำรวจน้ำมันในบริเวณเดอะเกรทแบร์ริเออร์รีฟ, เสนอร่างกฎหมายป้องกันสิ่งแวดล้อม และถอดถอนเพลง God Save the Queen ออกจากเพลงชาติ ทดแทนด้วยเพลง Advance Australia Fair เป็นต้น

แต่ในด้านเศรษฐกิจรัฐบาล Whitlam มีผลงานไม่สู้ดีนัก รัฐบาลไม่สามารถควบคุมเงินเฟ้อ โดยเฉพาะจากค่าจ้างแรงงาน

ในปี 1975 เกิดกรณีที่รู้จักในนาม “loans affair” เมื่อนาย Rex Cornor ร.มว.ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานขอเงินกู้เพื่อโครงการเมืองแร่ อย่างมีพฤติกรรมนอกเหนือการปฏิบัติตามปกติของกระบวนการทางการเงิน ด้วยการกู้เงินจากผู้ปล่อยกู้ชาวอาหรับโดยผ่านคนกลางที่ชื่อ Tirath Khemlani แม้จะยังไม่มีการกู้เกิดขึ้น แต่ก็ได้สร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลอย่างมาก

ในปี 1974 นาย Whitlam ประกาศยุบสภาทั้งสองเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง เขาสามารถชนะการเลือกตั้งด้วยมาร์จินส.ส.และส.ว.ที่ลดลง ต่อมาในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนปี 1975 ฝ่ายค้านได้ขัดขวางการผ่านร่างงบประมาณในสภาสูง เป็นผลให้นาย Whitlam แก้เกมด้วยการเข้าพบเซอร์ John Kerr ยื่นขอยุบวุฒิสภากึ่งหนึ่ง เพื่อจัดใหม่มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ผู้แทนพระองค์ฯกลับถอดถอนเขาออกจากนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งนาย Malcolm Fraser หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านและหัวหน้าลิเบอรัลขึ้นเป็นนายกรัฐมตรีแทน

ในขณะที่เขาก้าวลงจากบันไดรัฐสภากลาง (รัฐสภาหลังเก่า) หลังจากถูกปลดออกจากตำแหน่ง เขาได้กล่าวประโยคที่เป็นประวัติศาสตร์ว่า “บางที่เราอาจพูดได้ว่า ‘พระเจ้าอาจปกป้องพระราชินี’ เพราะไม่มี่สิ่งใดปกป้องผู้แทนพระองค์ฯ”

ในการเลือตั้งครั้งต่อมานาย Whitlam พ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างถล่มทลายต่อนาย Fraser ในปี 1978 เขาได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และยุติชีวิตการเป็นนักการเมือง

สำหรับพิธีศพของเขา จะถูกจัดแบบรัฐพิธีที่จะกำหนดวันอีกครั้งหนึ่ง



Categories: ข่าวออสเตรเลีย, บทความทั่วไป

Tags: , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: