ออสซี่ชนช็อกกันทั้งประเทศ พ่อฆ่าลูกในวันอีสเตอร์ซันเดย์

627-2014-04-21 พ่อฆ่าลูก21 เม.ย. 2014 ได้เกิดคดีสะเทือนขวัญออสซี่ชนทั่วประเทศ เมื่อผู้เป็นบิดาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารบุตรสาวสองคนของเขาอย่างโหด เหี้ยมทารุณ   แม้กระทั่งตำรวจอกสามศอกสองสามนายที่เข้าทำคดีถึงกับน้ำตาไหลเมื่อเห็นสภาพ ร่างอันไร้วิญญาณของหนู่น้อยทั้งสอง

เด็กทั้งสองเสียชีวิตในช่วงกลางวันของวัน Easter Sunday ที่ 20 เมษายน อันเป็นวันที่เครือญาตินัดกันมารวมกันที่บ้านย่าหรือยาย (นสพ. the Age ระบุว่าเป็นบ้านของผู้เป็นยาย) ของด.ญ. Savannah Mihayo วัย 4 ขวบและด.ญ. Indiana วัย 3 ขวบที่ถนน Longmuir Rd. ย่าน Watsonia ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครเมลเบิร์น

ผู้ต้องหาในการสังหารครั้งนี้คือนาย Charles Mihayo วัย 35 ปี บิดาของเด็กทั้งสองซึ่งอาศัยอยู่ที่เรือนหลังเล็ก (granny flat) ด้านหลังของบ้านที่เกิดเหตุ

วันปาร์ตี้รวมญาติที่ควรจะมีแต่เสียงหัวเราะต้องจบลงด้วยเสียงร่ำไห้และน้ำตา เมื่อญาติคนหนึ่งเข้ามาเห็นเด็กทั้งสองถูกฆ่าเสียชีวิต   และได้โทรศัพท์หมายเลข 000 เพื่อแจ้งตำรวจในเวลาประมาณ 14.40 น.

นายตำรวจที่เข้าทำคดีไม่ได้ให้หตุผลว่า เด็กทั้งสองเสียชีวิตอย่างไรและโดยอาวุธอะไร ซึ่งผู้สื่อข่าวเข้าใจว่าพวกเขาอยู่ในอาการช็อกเกินกว่าที่จะให้สัมภาษณ์ได้

ในวันนี้ (21 เมษายน) สมาชิกในครอบครัวได้กลับเข้ามาเก็บข้าวของของตน หลังจากตำรวจห้ามทุกคนแตะต้องสิ่งของภายในบ้านในวันเกิดเหตุ เพื่อให้ทีมตำรวจนิติวิทยาศาสตร์เข้าพิสูจน์หลักฐาน

เหตุการณ์ฆาตกรรมถูกเผยแพร่ออกไปทำให้ช็อกกันทั้งประเทศ บางกลุ่มถึงกับเรียกร้องให้เอาโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ ในขณะที่เพื่อนบ้านเอาดอกไม้ ตุ๊กตา และการ์ดแสดงคำไว้อาลัยมาวางไว้ที่ริมรั้วหน้าบ้าน

ในวันที่ 22 เมษายน นาย Mihayo ถูกนำตัวขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นเพื่อประทับรับฟ้อง อย่างไร้ผู้มาให้กำลังใจ มีเพียงนักกฎหมายจาก Legal Aid ที่ทำหน้าที่ตัวแทนเขา ผู้พิพากษาใช้เวลาไม่กี่นาทีในการรับฟ้องในข้อหาเจตนาฆ่าคนรวม 2 คดี และสั่งฝากขังชั่วคราวเพื่อรอการพิจารณาคดีในวันที่ 12 สิงหาคม

ในวันนี้ตำรวจยังคงไม่ได้แถลงถึงสาเหตุในการสังหารและเด็กทั้งสองถูกฆ่าโดยวิธีใด แต่คาดเดาว่าน่าจะเป็นปัญหาความล้มเหลวในชีวิตสมรส อันมาจากผู้เป็นภรรยาได้ขอแยกทางมาเป็นเวลาประมาณ 1 ปีแล้ว

(ท่านสามารถติดตามอ่านข่าวคราวในออสเตรเลียได้ที่ jingjonews.com)



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: