ตำรวจล่าหมอเก๊ หลังมั่วนิ่มรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลรัฐ 11 ปี

โรงพยาบาล Manly ที่นาย Shyam Acharya เคยทำงานเป็นหมอเก๊ในนามนพ. Sarang Chitale : ภาพจากนสพ. The Telegraph

9 มี.ค. 2017 ตำรวจรัฐน.ซ.ว.กำลังตามล่าชายชาวอินเดียผู้สมอ้างว่าเป็นนายแพทย์ผู้มีตัวตนจริงในประเทศอินเดียเป็นใบเบิกทางเข้ามาอยู่อาศัยในออสเตรเลีย แล้วทำการรักษาคนไข้ตามโรงพยาบาลของรัฐและแผนกผู้ป่วยฉุกเฉินมาเป็นเวลาเกือบ 11 ปี

ทั้งนี้นาย Shyam Acharya ได้ทำการปลอมแปลงเอกสารเป็นผู้ถือสัญชาติออสเตรเลีย, ปลอมหนังสือเดินทางออสเตรเลีย และขโมยสถานภาพการเป็นนายแพทย์จดทะเบียนประกอบโรคศิลป์ของนายแพทย์ในประเทศอินเดีย

เขาได้สมอ้างตัวเป็นนพ. Sarang Chitale เข้าทำงานในระบบสาธารณสุขของรัฐมานับตั้งแต่ปี 2003 ถึงปี 2014 ที่โรงพยาบาลของรัฐใน  Manly, Hornsby, Wyong และ Gosford

เขาได้ใช้คุณวุฒิทางการแพทย์ปลอมจดทะเบียนต่อคณะกรรมการแพทย์แห่งรัฐน.ซ.ว.ในปี 2003 เพื่อเป็นใบเปิดทางสะดวกให้เขาได้ทำงานตามโรงพยาบาลของรัฐ

ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขรัฐน.ซ.ว.ออกมายอมรับว่า นาย Acharya รอดจากการถูกตรวจสอบประวัติย้อนหลังในช่วง 11 ปีที่เข้าทำงานเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐ

การหลอกลวงของนาย Acharya มาพบอุปสรรคเมื่อสำนักงานควบคุมกฎและระเบียบแพทย์สาธารณสุขแห่งออสเตรเลีย (AHPRA) นำระบบการจดทะเบียนประกอบโรคศิลป์ใหม่มาใช้ทั่วประเทศในปี 2010-11โดยให้มีการประเมินการต่อทะเบียนใหม่ในทุก ๆ ปี

นาย Acharya ภายใต้ชื่อนพ. Sarang Chitale มาประสบปัญหาการต่อทะเบียนในปีที่สาม เนื่องจากไม่เข้าข่ายคุณสมบัติภายใต้กฎระเบียบที่รัดกุมขึ้น  ทำให้เขาจำต้องลาออกจากระบบสาธารณสุขของรัฐในเดือนพฤษภาคม 2014

หลังจากเขาลาออกจากการทำงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขรัฐน.ซ.ว. เขาได้เข้าทำงานกับบริษัทเอกชน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาคนไข้

สำนักงาน AHPRA ได้สอบสวนนาย Acharya มาตั้งแต่คนไข้รายหนึ่งในโรงพยาบาล Manly ร้องเรียนถึงการรักษาอาการแขนหักของเขา และเรื่องที่เขาไม่ผ่านการต่อทะเบียนประกอบโรคศิลป์ จนพบความผิดและถูกตั้งข้อหากระทำผิดต่อมาตรา 116 ของกฎหมายระเบียบปฏิบัติผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แห่งชาติ (the Health Practitioner Regulation National Law) ซึ่งหากศาลตัดสินมีความผิดเขาจะมีโทษปรับสูงสุดเพียง 30,000 เหรียญเท่านั้น

แต่นาย Brad Hazzard  ร.มต.สาธารณสุขรัฐน.ซ.ว.กล่าวว่า โทษปรับเพียงแค่ 30,000 เหรียญดูจะเบาเกินไปสำหรับผู้หลอกลวงประชาชนและเครือรัฐออสเตรเลียมาเป็นเวลากว่า 10 ปี  และเห็นว่าควรจะมีโทษจำคุกพร้อมโทษปรับมากกว่านี้  ซึ่งเขาจะเดินเรื่องแก้ไขกฎหมายต่อไป

ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขรัฐน.ซ.ว.ออกมาอ้างว่า กระทรวงไม่ทราบถึงการสอบสวนนาย  Acharya มาก่อน จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2016 ซึ่งเป็นเดือนที่มีการตรวจสอบประวัตินาย Acharya (ภายใต้ชื่อนพ. Sarang Chitale) เป็นครั้งแรก

เป็นที่คาดว่านาย Acharya ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว หลังจากรู้ตัวว่าถูกจับได้ว่าเป็นแพทย์เก๊

“หมอเก๊” เคยทำงานให้กับบริษัทผลิตยา AstraZeneca

ภาพ หนังสือเดินทางปลอมของนาย Shyam Acharya ภายใต้ชื่อของนพ. Sarang Chitale  : ภาพจากสำนักข่าว ABC  (ขออภัยเครื่อง PC-IBM ไม่ยอมให้ edit จะแก้ไขภายหลัง)

มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากที่นาย Acharya ลาออกจากการเป็นแพทย์โรงพยาบาลของรัฐแล้ว เขาได้เข้าทำงานกับ AstraZeneca บริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ของโลก

โฆษกของบริษัท AstraZeneca กล่าวว่า บริษัทรู้สึกเสียใจมากหลังจากได้รับทราบเรื่องราวของนาย Acharya และกล่าวว่าได้ว่าจ้างเขาซึ่งใช้ชื่อนพ. Sarang Chitale เข้าทำงานเป็นเวลา 11 เดือนในช่วงปี 2014

บริษัท AstraZeneca ผู้ผลิตยารักษาเนื้องอกและมะเร็ง, และยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดยอมรับว่าบริษัทไม่ได้ตรวจสอบประวัติคุณวุฒิแพทย์ของนาย Acharya เพราะงานที่เขาได้รับมอบหมายไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาคนไข้แต่อย่างใด

โฆษกของ AstraZeneca กล่าวว่าบริษัทได้ให้ความร่วมมือกับในการสอบสวนเป็นอย่างดี นับจากได้รับการติดต่อจากสำนักงาน AHPRA ในเดือนตุลาคมปี 2016

 

ภาพ  นาย Shyam Acharya หมอเก๊ที่กรุงปารีส  : ภาพจากนสพ. The Australian ต้นฉบับเฟสบุ๊ค (ขออภัยระบบเกเรอีกแล้ว)

10 มี.ค.2017 ข้อมูลที่ได้รับต่อมาก็คือในเดือนมิถุนายน 2015 นาย Acharya ได้ทำงานกับบริษัท Novotech ซึ่งดำเนินกิจการคลินิกในนครซิดนีย์

ในเดือนกันยายน 2016 ฝ่ายจัดการของบริษัท  Novotech มีความสงสัยในเอกสารหลักฐานแสดงความเป็นบุคคลและคุณวุฒิของเขา จึงรีบติดต่อสำนักงาน AHPRA แล ะตำรวจรัฐน.ซ.ว.

โฆษกของ Novotech ยืนยันว่าในระหว่างที่นาย Acharya ทำงานกับบริษัท  เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนไข้ที่เข้ารับการรักษาที่คลินิกแต่อย่างใด

หมายเหตุ จิงโจ้นิวส์อยู่ในระหว่างเดินทาง ช่วงนี้การเสนอข่าวอาจหายไปบ้างแต่จะพยายามรายงานเท่าที่จะทำได้    

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์

%d bloggers like this: